fbpx
TOP

เมื่อเดินตามฝันสู่การเป็น นักแสดงละครเวทีไกลถึง นิวยอร์ก

ความมุ่งมั่น คือสิ่งที่ แจน-วสุธิดา ปุณวัฒนา ยึดถือกับตัวเอง จนได้เป็นหนึ่งในสาวไทยที่โลดแล่นในละครเวทีที่ นิวยอร์ก กอดความทรงจำและประสบการณ์มาเล่าสู่เราฟังในวันนี้

Broadway จริงๆแล้ว คืออะไร?

บรอดเวย์นิวยอร์ก ภาพที่คนทั่วไปมองมันก็คือเป็นละครเพลง ซึ่งแสดงที่ นิวยอร์ก แต่ว่าถ้าถามจริงๆแล้ว บรอดเวย์นิวยอร์ก คือ ชื่อถนน เป็นชื่อเส้นถนนที่ยาวมากตัดกลางแมนฮัตตัน ซึ่งโรงละครส่วนมากจะตั้งอยู่บนเส้นนี้แหละ เขาก็เลยเรียกว่าบรอดเวย์

เรื่องภาษา ฝึกยังไง?

ภาษาอังกฤษก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราอยู่รอดได้ในอเมริกา คือทั้งการใช้ชีวิตทั่วไป และก็โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำงาน ยิ่งในแขนงนี้ ภาษาอังกฤษเป็นสิ่งแรกเลยที่เขาจะมอง อย่างน้อยเราต้องพูดสำเนียงเค้าให้ได้ก่อน เพราะฉะนั้นถ้าถามว่ามันเป็นอุปสรรคกับเรามั้ย ตอบเลยว่า เป็นมากๆ ท้อหลายครั้ง ท้อมาก เพราะแค่ไปถึง ได้ทุกอย่างเลย ติดอย่างเดียวภาษา คือโดนปฏิเสธเรื่องภาษาเยอะมาก

ฝึกภาษาเยอะมาก เหมือนเรียนหนังสือใหม่เลย ยิ่งกว่าการทำความเข้าใจบทอ่ะ แต่มันคือต้องอ่านทุกตัว ช่วงแรกๆที่ทำการบ้าน หน้าบทซ้อม คือวงเต็มไปหมด แบบตัวนี้ออกเสียงอย่างนี้ เหมือนเรียนหนังสือใหม่เลย ยาก แต่ก็สนุก เพราะมันเป็นสิ่งที่เราด้อยกว่าคนอื่น..

จะไป นิวยอร์ก เรื่อง VISA จัดการอย่างไร?

จริงๆ ต้องบอกว่าเราเป็นคนที่ทำทุกอย่างตาม step ที่ควรจะเป็นทั้งหมดเลย อืม ก็คือ ไปเรียน เรียนเสร็จปุ๊บมันก็จะมีเรื่องของ Optional Practical Training (OPT) ก็คือเป็นเหมือนใบอนุญาตให้เราทำงานได้ 1 ปี หลังจากที่เราเรียนจบ ซึ่งอันนี้ใช้ได้กับทุกๆสาขาของที่อเมริกา เราก็คือ เรียนจบปุ๊บก็ได้ใบอนุญาตทำงาน ซึ่งมันก็เหมือนกับเป็นก้าวแรก ที่จบจากโรงเรียน แล้วก็ก้าวออกไปสู่ real world ซึ่งยังถือว่าอยู่ในวีซ่านักเรียน

แต่ว่า ชีวิตจริงเนี่ยมันเกิดขึ้นหลับจาก 1 ปีนั้นแหละ ขั้นตอนต่อไปคือ ถ้าเราไม่มีวีซ่าแล้ว แต่เรายังมีงานอยู่ ก็เลยปรึกษาเพื่อนๆ ปรึกษาทนาย ก็เลยได้ความว่า อ๋อ เราต้องทำวีซ่าทำงาน ซึ่งวีซ่าทำงานที่เราสามารถทำได้ใน rank ของนักแสดงก็คือ Artist VISA หรือว่า O1 

VISA : O1 ?

ก็หนักหน่วงอยู่ การทำ VISA O1 คือเหมือนเป็นการรวบรวมชีวประวัติในชีวิต แบบเราเคยทำอะไรมาบ้าง ไม่ใช่แค่แบบ ฉันเคยเรียนที่นี่ จบที่นี่ แต่เราต้องอธิบายว่า เรื่องนี้คืออะไร บทนี้คืออะไร ต่างกับบทอื่นๆอย่างไร เราเคยออกสัมภาษณ์ที่ไหน เคยมีชื่อในหนังสือพิมพ์อะไรบ้าง 

ต้องบอกก่อนว่า O1 มันคือมาจากคำว่า Extra Ordinary คือเราต้องแบบพิเศษมากเลย เป็นคนที่แบบ talented สุดๆ เพราะฉะนั้นเราต้องมี proof ทุกอย่างว่า เราทำอันนี้ เราทำแบบมีคนมาดูจริงๆ โรงละครไซส์นี้ มีคนมาดูเท่านี้ Volume ขายบัตรเท่านี้ เราไปออกสื่อนู่นนี่นั่น หนังสือพิมพ์ มีคนดูเท่านี้ หนังสือพิมพ์ออกทุกๆเท่านี้ คือแบบ คือทุกอย่างรู้สึกว่าเราเก่งขึ้นมากเลยจ่ากการทำ O1 ครั้งนึง 

พอได้ O1 มาแล้วก็กลายเป็นว่าได้ทำงานต่อที่นี่ 3 ปี 

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการไปใช้ชีวิตอยู่ที่ นิวยอร์ก?

ถ้าบทเรียนที่ได้จากที่นู่น จริงๆเลยคือการที่เราเป็นคนที่ยอมรับอะไร ที่แตกต่างไป ที่แตกต่างทั้งวัฒนธรรม ทั้งจิตใจคน ทั้งแบบยอมรับตัวเองมากขึ้น ยอมรับความข้อด้อย ข้อดีของตัวเองมากขึ้น เห็นว่าอะไรที่ดีของตัวเองที่ควรเก็บไว้ อะไรที่ไม่ดีของตัวเองที่ควรเอาออกไป หรือควรเก็บไว้ในบางลักษณะ บางกรณี เราเป็นคนที่เปิดรับมากขึ้น เราเป็นคนที่ไม่ตัดสินคนแค่แบบ ว่า เห็นปุ๊บแล้วตัดสิน แต่เราเลือกที่จะมองเขา เรียนรู้เขา แล้วก็เข้าใจเขา และสุดท้ายถึงแม้ว่า เราไม่เข้าใจเขาจริงๆ แต่เรายอมรับในความแตกต่าง อืม อันนั้นคือสิ่งที่เราได้จากการที่ไปเจอคนที่ไปเจอคนที่หลากหลายมากๆเป็นเวลา 8 ปีที่นู่น

ถ้าให้เปรียบตัวเองเป็นคาแรคเตอร์?

ถ้าป๊อบอัพมาในหัวเลย คือ “มู่หลาน” เพราะว่ามู่หลาน ไม่ได้ได้อะไรมาแบบที่เขามีอยู่ ทุกอย่างที่ได้มาคือต้อง fight for it … มู่หลานมี drive บางอย่าง เขาอยากจะไปทำเพื่อพ่อ แล้วเขาก็แค่เดินตาม drive นั้น แล้วสิ่งที่ได้มาต่อจากนั้น มันคือจากการกระทำของเขาทั้งหมด อืมม ก็สตรองในระดับนึงเลย

ก็อยากจะฝากถึงทุกๆคน ไม่ว่าจะเป็นแขนงนี้หรือแขนงไหนก็ตาม เรามีฝันอ่ะ เดินตามฝันไปเลย สิ่งเดียวที่มันจะกั้นโอกาสเรา คือ ตัวเราเอง เออเพราะฉะนั้น

สิ่งเดียวที่มันจะกั้นโอกาสเรา คือ ตัวเราเอง เออเพราะฉะนั้น

“อย่าให้ตัวเองเป็นอุปสรรคในการพัฒนาตัวเอง ไปเลย เดินไปเลย ไม่ต้องกลัว เชื่อมั่นในตัวเอง”

นักจิตวิทยาสาวผู้อยากเที่ยวเป็นอาชีพหลัก เป็นที่ปรึกษาทางใจของทุกคน เริ่มหัดชงกาแฟเอง ชอบดูหนัง ฟังเพลงเก่า หลงรักวันแสนสบายที่มีเครื่องดื่มโปรดและเพื่อนรู้ใจ