fbpx
TOP
Image Alt

thewmtd

ไม่ได้หมดรัก แต่หมดไฟ : 3 สัญญาณ Relationship Burnout พร้อมวิธีแก้ไขให้ไม่หมดไฟในความสัมพันธ์

เรามักคิดว่าอาการหมดไฟ หรือ ‘Burnout Syndrome’ เป็นภาวะที่เกิดขึ้นกับการทำงานหรือการเรียนเท่านั้น แต่ความจริงแล้วความรักก็เกิดอาการเบิร์นเอาท์ได้!

คล้ายๆ กับการทำงาน Relationship Burnout หรืออาการเบิร์นเอาท์ในความสัมพันธ์ นั้นมักเกิดกับคู่รักที่คบกันมาเป็นเวลานาน อยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่ได้หวานชื่นเหมือนในช่วงโปรโมชั่นอีกต่อไป ยิ่งในช่วงล็อคดาวน์ที่หลายคนเจอหน้ากันทุกวัน แทนที่จะรักกันเหนียวแน่นกลับมีเรื่องให้ทะเลาะกันทุกวัน เป็นความสัมพันธ์ที่มีแต่ความตึงเครียด รู้ตัวอีกทีก็เกิดอาการหมดไฟ ไม่อยากประคับประคองความรักไว้จนนำไปสู่การเลิกลาในที่สุด

สำนักข่าว BBC ได้รวบรวมข้อมูลตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับการยุติความสัมพันธ์ อาทิ จำนวนการฟ้องหย่า จำนวนการค้นหาแนวทางในการยุติความสัมพันธ์ และยอดรายรับจากบริษัทกฎหมายจากกรณีฟ้องหย่าจากประเทศต่างๆ เช่น อังกฤษ สหรัฐ จีน และสวีเดน พบว่าอัตราการแยกทางยุติความสัมพันธ์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงการระบาดของโรค ซึ่งหนึ่งในเหตุผลสำคัญคือมีภาระความรับผิดชอบมากขึ้น ความเครียดมากขึ้น ขณะเดียวกันพื้นที่ส่วนตัวที่น้อยลง ส่งผลให้คู่รักเกิดภาวะ Relationship Burnout 

อย่าเพิ่งกังวลว่าความสัมพันธ์มาถึงวัน Burnout แล้วจะต้องเลิกลากันเสมอไป ถ้าเรารู้ตัวว่าเริ่มหมดไฟในความรักแล้วก็ยังพอจะแก้ไขได้  มารู้จักสัญญาณว่ารักเรากำลังหมดไฟ และวิธีแก้ไขว่าต้องทำอย่างไรบ้าง

#ไม่อยากคุยไม่อยากมองไม่อยากสัมผัส

ทั้งที่อยู่ใกล้แต่ก็ไม่อยากพูดคุย ไม่อยากสกินชิพกันน้อยลง บางคนที่อยู่ไกลก็ไม่อยากจะโทรศัพท์หรือแชทหา ต่างฝ่ายต่างรู้สึกอยากมีอิสระมากขึ้นเรื่อยๆ จนความสัมพันธ์เริ่มต่อกันไม่ติด

วิธีแก้ไข : หา Quality Time ที่จะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน

Quality Time หรือการหาเวลาให้กัน ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความสัมพันธ์ทุกรูปแบบ ซึ่งการหาเวลาให้กันนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นการไปเดทหรือหากิจกรรมนอกบ้านใช้ร่วมกันเสมอไป🏃 เราก็สามารถสร้าง Quality Time ให้เกิดขึ้นได้ทุกวันง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นเวลาสัก 1 ชั่วโมง ตอนที่กินข้าวร่วมกัน หรือเป็นการพูดคุยเวลาเพียง 5 – 10 นาทีถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นและปัญหาในชีวิตประจำวันของแต่ละฝ่าย ความสัมพันธ์ก็สามารถกลับมาสนิทใจกันมากขึ้นได้

คำพูดขัดหูความคิดขัดใจ

จากคนที่เคยมองตาก็รู้ใจ พูดอะไรก็อยากฟัง รู้ตัวอีกทีคำพูดของแต่ละฝ่ายก็ฟังดูขัดหูไปเสียหมด จนเริ่มมองแฟนในแง่ลบ เริ่มพูดจาร้ายๆ โดยที่ไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกอย่างไร ไปจนถึงเริ่มมองหาใครใหม่ที่เป็นทางเลือกที่ดีกว่า

วิธีแก้ไข : หันหน้าเข้าหากันอย่ากลัวที่จะกลับมาพูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและปรับความเข้าใจ

แต่ต้องไม่หาเรื่องทะเลาะเพิ่มขึ้นนะ มาลองใช้วิธีการบอกเล่าความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา เช่น ใช้ I-messages บอกเล่าความรู้สึกตัวเองก่อน ไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าเรากำลังกล่าวโทษ เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้พูด พร้อมกับรับฟังอย่างตั้งใจ จากนั้นลองถอยคนละก้าว เพื่อหาจุดตรงกลางที่จะทำให้ความสัมพันธ์ยังสบายใจแต่ไม่ห่างเหินเกินไปได้

อ่านเพิ่มเติมเรื่อง  I-messages ได้ที่

ไม่ใช้แค่เหนื่อยกายแต่เริ่มเหนื่อยใจ

หนึ่งในสัญญาณแรกๆ ของ Relationship Burnout คือมีคนใดคนหนึ่งรู้สึกว่าช่างเหนื่อยเหลือเกินที่ต้องประคับประคองความสัมพันธ์ รู้ดีว่าคนรักต้องใส่ใจกัน แต่กลับไม่มีเรี่ยวแรงหรือความคิดที่จะมาคอยเติมความหวานในความสัมพันธ์ แค่คิดถึงการเป็นเดทก็ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้า 

วิธีแก้ไข : มาเช็คสุขภาพจิตของเราบ้าง

อาการเหนื่อยใจส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะเรามีความเครียด ความเศร้า หรือกระทั่งอาการเบิร์นเอาท์จากเรื่องงานของตัวเราเอง 💆

จนทำให้ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างของเราแย่ลง นอกจากจะปรับความเข้าใจกับคนรักแล้ว อย่าลืมสำรวจสุขภาพจิตของเราเองว่ายัง healthy อยู่ไหม ถ้าไม่รู้ว่าจะเริ่มสำรวจสุขภาพจิตของตัวเองอย่างไง มาลองทำแบบทดสอบจากกรมสุขภาพจิตกันที่ checkin.dmh.go.th/ ได้นะ

____________________________________________________________

อ่านเรื่องราวที่น่าสนใจอื่นๆ จากผู้หญิงสมัยนี้ :
ลดอาการ BURN OUT ด้วย NIKSEN แนวคิดของการไม่ทำอะไรเลย
HEALTHY RELATIONSHIP : สำรวจความสัมพันธ์ที่ดีต่อใจ มีลักษณะอย่างไร ใช่เรารึเปล่า?
I-MESSAGES : วิธีถาม แฟน ดีๆ ไม่ให้รักพัง