fbpx
TOP
Image Alt

thewmtd

love language

5 ภาษารัก มัดใจเธอ

พอพูดถึง ‘การบอกรัก’ เชื่อว่าส่วนใหญ่คงคิดถึงประโยค “ฉันรักคุณ” แต่จริงๆ แล้วการบอกรักมีได้หลายวิธี.. มารู้จัก 5 ภาษารัก ที่จะทำให้คู่ของคุณตกหลุมรักกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า 😳🌹

Gary Chapman ผู้เขียนหนังสือ The Five Love Languages ที่ติด top 5 the New York Times bestsellers list มาแล้ว ได้แบ่งภาษารักออกเป็น 5 ภาษา ซึ่งแต่ละคนก็จะมีภาษารักหลักของตนเอง

หลายครั้งความรักที่แสดงออกไปมันดันเป็นคนละภาษากันกับคนพิเศษของเรา ก็มักจะเป็นปัญหากันอยู่บ่อยๆ ว่า เอ๊ะ ทำไมรู้สึกเหมือนเค้าไม่รักเราเลย ทำไมเขาไม่ทำแบบที่เราทำให้บ้าง.. นั่นก็เพราะภาษารักของเรามันไม่ตรงกันนั่นเอง

การรู้ภาษารักของตัวเองและคนพิเศษของเรา จะช่วยทำให้เราเข้าใจความสัมพันธ์ และรู้วิธีที่จะแสดงออกถึงความรักต่อคนพิเศษของเราได้ตรงใจมากขึ้น เมื่อเราบอกรักเขาได้ถูกภาษาแล้ว ความรักของเราก็จะสดชื่นขึ้นแน่นอน! (ลองสำรวจทั้งของตัวเองและของคนพิเศษของเราได้เลย)

Physical touch

1. Physical touch : บอกรักด้วยสัมผัส👐🏻

ภาษารักของใครเป็นแบบนี้ จะรู้สึกใกล้ชิดและมั่นใจว่ารักเรายังหวานอยู่ เมื่อได้รับการโอบกอด การจับมือ ลูบหลัง หรือแม้แต่เรื่องบนเตียงก็ตาม

💡Tips: ถ้าคนพิเศษเรามีภาษารักแบบนี้ ระหว่างนั่งกินข้าว ก็นั่งชิดๆ แตะแขนแตะขาบ้าง เขาจะได้กระชุ่มกระชวยขึ้นแน่ ชัวร์!

Act of service

2. Acts of service : บอกรักด้วยกระทำ 💁🏻‍♂️

ภาษารักแบบนี้ไม่ต้องมัวแต่พูดพร่ำว่ารัก แต่แสดงออกถึงความช่วยเหลือหรืออำนวยความสะดวกให้รู้กันไปเลย ว่านี่ใส่ใจนะ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยทำงานบ้าน การขับรถไปรับ-ส่ง การทำเมนูสุดโปรดให้กิน รวมไปถึงการให้คำแนะนำ พยายามช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างเต็มที่ จะเป็นการบอกรักที่อิมแพคที่สุดสำหรับคนที่มีภาษารักแบบนี้

💡Tips : ถ้าคนพิเศษเรามีภาษารักแบบนี้ การช่วยเหลือแบ่งเบาภาระเล็กๆน้อยๆ จะช่วยให้เขาอุ่นใจว่ามีคนรักที่คอยดูแล ไม่ได้ปล่อยให้เขาเผชิญโลกตามลำพังนะ

Quality time

3. Quality time : บอกรักด้วยการใช้เวลาร่วมกัน ⏰

ภาษารักแบบนี้จะเข้าใจยากที่สุด เพราะหลายคนอาจคิดว่าใช้เวลาอย่างมีคุณภาพจะต้องทำกิจกรรมร่วมกัน แต่ภาษารักแบบนี้แค่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันโดยไม่ต้องทำอะไรก็ถือว่ามีคุณภาพแล้ว เช่น นั่งดูหนังที่บ้านโง่ๆ แล้วผล็อยหลับไป ก็รู้สึกใกล้ชิดเพิ่มขึ้นได้แล้ว

💡Tips : ถ้าคนพิเศษเรามีภาษารักแบบนี้ แนะนำว่าเวลานัดอะไรกันแล้ว ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ อย่าเลื่อน หรือยกเลิกเด็ดขาด แม้จะเป็นการนัดกินไอติมแค่ครึ่งชั่วโมง เพราะเขาตั้งหน้าตั้งตารอที่จะได้ใช้เวลาร่วมกับคุณอยู่น่ะสิ

receiving gifts

4. Receiving gifts : บอกรักด้วยของขวัญ 🎁

สำหรับคนที่มีภาษารักประเภทนี้ ของขวัญจะเป็นเหมือนสัญลักษณ์แสดงถึงความรัก ความใส่ใจที่มีต่อตน ทั้งนี้ของขวัญอาจจะไม่จำเป็นต้องมีราคาแพง แต่มาจากความพยายาม หรือมีความหมายระหว่างเราก็พอ เช่น เซอร์ไพรส์ด้วยตั๋วหนังเรื่องโปรดตั้งแต่วันแรกที่เข้าฉาย

💡Tips : ถ้าคนพิเศษเรามีภาษารักแบบนี้ ให้ลองสังเกตว่าเขาชอบอะไรเป็นพิเศษ เก็บเป็นไอเดียไว้ เพื่อเลือกว่าเราสามารถซื้ออะไรให้เขาได้บ้าง ให้ทุกวันสามารถเป็นวันพิเศษได้เสมอ เขาจะต้องยิ้มไม่หุบแน่ๆ

5. Words of affirmation : บอกรักด้วยคำพูด 👄

ภาษารักประเภทนี้เป็นการบอกรักที่ตรงไปตรงมาที่สุด ก็คือบอกไปเลยว่า “รักนะ” หรือจะเป็นคำพูดชื่นชม ให้กำลังใจ ก็จะช่วยเสริมความมั่นใจในความรักได้ดีที่สุด แต่อย่าลืมว่าการพูดออกไปต้องออกมาจากใจจริงๆ ไม่ใช่การพูดไปส่งๆ เพราะคนฟังสัมผัสได้จริงๆ นะ

💡Tips : ถ้าคนพิเศษเรามีภาษารักแบบนี้ ให้พยายามหาข้อดีในตัวเขา แล้วพูดชื่นชมในสิ่งดีดีที่เขาทำบ่อยๆ จะทำให้เขาดีใจไม่น้อยเชียวล่ะ

แหล่งอ้างอิง 🗂:

https://www.5lovelanguages.com/
https://www.psychologytoday.com/us/blog/stronger-the-broken-places/201911/love-language-plus

นักจิตวิทยาสาวผู้อยากเที่ยวเป็นอาชีพหลัก เป็นที่ปรึกษาทางใจของทุกคน เริ่มหัดชงกาแฟเอง ชอบดูหนัง ฟังเพลงเก่า หลงรักวันแสนสบายที่มีเครื่องดื่มโปรดและเพื่อนรู้ใจ