fbpx
TOP

ซอล-อณวิทย์ Go!Graph กับเส้นทางกว่าจะเป็น Travel Content Creator

ในวัยเด็ก หลายคนคงจะมีความใฝ่ฝัน อยากเป็นโน้นนี้ ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตามความคิดที่เปลี่ยนไปตามช่วงวัย และประสบการณ์ วันนี้เราคุยกับ ซอล จาก Go!Graph คนหนุ่มในวัย 24 เหนาะๆ กับอาชีพ Travel Content Creator ที่อาจเป็นอาชีพในฝันของใครหลายๆ คน

ซอล Content Creator มาในลุคอปป้า คุมโทน นั่งคุยกับเราหน้าร้านกาแฟ ย่านศูนย์วิจัย แม้จะประหม่านิดหน่อย แต่ดูเหมือนยิ่งประหม่าจะยิ่งทำให้อปป้าของเราพูดรัวเร็ว ด้วยแพสชั่นมากขึ้น เราเปิดประเด็นด้วยหารให้เขาแนะนำตัวก่อนเลย

ฝัน/ตอนเด็กฝันอยากเป็นอะไร?

Q : ชื่อ อายุ 
A : สวัสดีครับ ชื่อซอลนะครับผม ปัจจุบันอายุ 24 ปี 

Q : เด็กๆ ฝันอยากเป็นอะไร เพราะอะไร
A : ก็คือเด็กๆ ฝันอยากเป็น อะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับโปรแกรมเมอร์ เพราะว่าตอนนั้นเรารู้สึกเนิร์ดกับการ Coding มาก แบ็คกราวน์คือเป็นเด็กชอบเล่นเกมมาก่อน เราก็เลยอยากรู้ว่า การเขียนโค้ดเกมมันเป็นยังไงบ้าง ก็เลยศึกษาทางด้านนั้นมา แล้วพอเราผ่านจุดนึงว่า เออ มันคงไม่ใช่ตัวเรามั้ง เพราะแบบเราไม่ชอบอะไรที่มันเป็นตรรกะจ๋าขนาดนั้น เราก็เลยเริ่มทรานฟอร์มตัวเองใหม่ 

Q : เคยเล่าให้ใครฟังมั้ย 
A : เพื่อนที่รู้จักกันเนี่ย ก็คือจะรู้กันอยู่แล้วว่าเราชอบคอมพิวเตอร์ ชอบเล่นเกม มันมีค่ายตามมหาวิทยาลัย ก็ไปตลอด ไปเวิร์คช้อปกับเขา แต่พอรู้สึกว่า…เริ่มตอบตัวเองได้ช่วงมัธยมว่าคงไม่ได้เอนจอยขนาดนั้นหรอก ที่เราจะไปสายนี้ ก็เลยเริ่ม เอ๊ะ มีอะไรรึเปล่าที่เรา สามารถค้นหาตัวเองได้อีก

อยู่ / เรียนอะไรมา อยู่ในสายไหน

Q : มอปลายเรียนสายอะไรมา
A : ตอนมอปลายเรียนสายศิลป์ เป็นเด็กเรียนสายศิลป์มา เพราะว่าเราชอบจับกล้อง ชอบถ่ายรูปอะไรอย่างเนี่ยมาตั้งแต่มอต้นล่ะ เอาง่ายๆ ก็คือตั้งแต่ปอหกเลยแหละ ที่เอนจอยกับการจับกล้อง ถ่ายรูป ชอบเล่าเรื่องอะไรอย่างเนี่ย

ก็คือมอต้นก็คือเริ่มเขียนพันทิพแล้ว แล้วตอนนั้นแหละมันมีบางกระทู้ที่เราเขียนไปแล้ว ทาง kapook.com เอาไปขึ้น หรือว่าเราได้ขึ้นหน้าแรกของ pantip pick เราก็เริ่มรู้สึก เออ เวย์นี้ก็สนุกเหมือนกันนะ ตอนนั้นมอหนึ่ง มอสอง ก็ไปเที่ยวโน้นนี้นั้น แล้วก็เอาคอนเท้น (content) เนอะ เอาภาพกลับมา ลงพันทิพ เขียนกำกับ เราก็เริ่มรู้สึก เออ สนุกดีนะ มีคนเริ่มเห็นล่ะ ก็เลยทำมาเรื่อยๆ 

Q : เรียนมหาวิทยาลัยที่ไหน คณะอะไร 
A : ซอลเรียนมหาวิทยาลัยนานาชาติสแตมป์ฟอร์ด ตรงพระรามเก้าใช่มั้ย คณะเกี่ยวกับครีเอทีพ มัลติมีเดีย คอมมูนิเคชั่น อาร์ต มันก็เกี่ยวกับด้านสื่อเนี่ยแหละ ใช่ 

คือ / อาชีพในปัจจุบัน คือ..Content Creator

Q : ทุกวันนี้ทำอาชีพอะไร 
A : ทุกวันนี้ทำอาชีพเกี่ยวกับออนไลน์ทุกสิ่งอย่าง เราโตมาจาก บล็อกเกอร์ (Blogger) แต่เป็นในส่วนของด้านการท่องเที่ยว เพราะว่าทำเพจ Go!Graph จริงๆ แล้วถ้าเราจำกัดความตัวเองไว้กับคำว่า Travel Blogger เนี่ย จะไปตรงอื่นไม่ได้ เพราะยุคนี้มันโลกมันหมุนไว ยิ่งแบบทุกอย่างมันเคลื่อนย้ายจากแพลทฟอร์มเก่ามาแพลทฟอร์มใหม่ ทุกอย่างมันเป็นดิจิตอลมากขึ้นเนี่ย ถ้าเราหยุดอยู่กับที่เท่ากับเรา disrupt ตัวเองไม่ทันจริงๆ เราก็เลยรู้สึกว่า อย่าเอาตัวเองไปผูกกับอาชีพที่เรียกว่า ทราเวลบล็อกเกอร์เลย แต่ให้ผูกตัวเองกับคำว่า คอนเท้นครีเอเตอร์ (Content Creator) หรืออะไรก็ได้ที่มันเป็นมากกว่านั้น

Q : เริ่มต้นงานนี้ได้ยังไง
A : ช่วงมอปลายที่เริ่มเขียนรีวิว เราไม่เคยรู้จักกับคำว่าคอนเท้นมาก่อน คอนเท้นที่เป็นคอนเท้นจริงๆ จนเราได้มาทำในนามของโกกราฟ เขาทำคอนเท้นที่เป็นงานจริงๆ เราก็เริ่มรู้สึกว่า เอ่อ มันไม่ใช่การเขียนไปเรื่อย ไปเปื่อย มันไม่ใช่การแค่แบบ โปะ แปะรูปเท่านั้น

Q : ทักษะที่จำเป็นในการทำงาน
A : เราทำงานกับเนื้อหาใช่มั้ย ทักษะสำคัญมันคืออะไรก็ได้ ที่เกี่ยวกับการสื่อสาร พื้นฐานของมนุษย์ยังไงการสื่อสารมันจำเป็นอยู่แล้ว ทีเนี่ยมันต้องย้อนกลับไปดูว่าขั้นตอนของการสื่อสารมันมีอะไรบ้าง หนึ่ง S ก็คือ sender หรือผู้ส่งสาส์นเนี่ยแหละ คราวเนี่ยเราจะส่งสาส์นยังไง เราต้องตีความ M ก็คือ massage ออกมาก่อน C ก็คือ Chanel, R ก็คือ Reciever รวมเป็น SMCR หลักการสื่อสารจะเป็นอย่างนี้ คือถ้าสมมุติว่าคอนเท้นหนึ่งคอนเท้น เราต้องการจะสื่อสารเนี่ย เราจะคราฟท์ให้มันกลมกล่อม ต้องคำนึงถึง 4 คีย์นี้เป็นหลัก

เราก็ได้รู้จักว่า 1) ขั้นตอนการทำ Creative Thinking มันเป็นยังไง 2) วิธีที่เราจะสื่อสารยังไง 3) การสื่อสารกับคนน่ะ มันเป็นวาทะศิลป์ เป็นศิลปะอย่างหนึ่ง มันไม่ใช่ว่าเราจะพูดเรื่องแบบนี้ กับคนประเภทนี้ก็ได้ เราต้องเลือกข้อความที่ต้องพูดกับคนประเภทนี้ เพื่อให้เขาเห็น เพื่อให้เขาฟัง เพื่อให้เขาเชื่อเรา

Q : เราจะฝึกทักษะเหล่านี้อย่างไร 
A : เราจะฝึกทักษะเหล่านี้ยังไง เท้าความก่อนว่าเราไม่ใช่มนุษย์ที่จะพูดมากขนาดนี้ คือเราจะอยู่กับตัวเอง มันจะมีศัพท์ที่คริเช่อยู่ก็คือ Introvert นั่นเอง เราไม่ค่อยชอบเข้าสังคมเท่าไหร่ แต่พอเรามาทำงานสายนี้ มันต้องแยกนิดนึงระหว่างนิสัยส่วนตัวกับงาน ในความเป็นเนื้องาน เราก็ต้องใช้พลังงานตรงนี้ให้สื่อสารกับคนอื่นให้ได้ คือต่อให้ไม่เข้าไปคุยกับคนอื่น เราก็ต้องพยายามคุยกับเขาอ่ะ ลำดับแรกต้องเปิดใจก่อนนะ ที่ต้องคุยกับคน ทำความรู้จักกับเขา ตอนนี้คือแบบเป็นคนใหม่แล้ว ที่รู้สึกว่าเอ้ย การได้ไปรู้จักคนเยอะๆ การไปพูดคุยกับเขา การเดินทางไม่จำเป็นต้องเป็นการเดินทางท่องเที่ยวอย่างเดียวไง เราเดินทางในความคิดเขาก็ได้

Q : ความยากของงาน 
A : ความยากของงานสายนี้คือ เราต้องมองให้ออกว่าสิ่งที่เรียกว่า คีย์แมสเซจ (Key Message) ของการเล่าเรื่องของเรื่องนั้นๆ คืออะไร แล้วเราก็ตีความต่อไปว่ามันมีทิศทางไหน ที่เราสามารถเล่าให้แปลกและแหวก กว่าคนอื่น เพราะพอทุกอย่างมันขึ้นออนไลน์หมด เราใช้เวลาแค่เพียงพริบตาเดียว หนึ่ง ภาพต้องจับความสนใจคนมั้ย การเล่าเรื่องในแคปชั่นดึงดูดรึเปล่าอะไรอย่างเนี่ย มันคือการไปตีโจทย์หลังบ้าน หรือว่ามันมีคอนเท้นไหนบ้าง ที่เหมาะกับบริบทของเราที่สามารถเล่น แล้วคนอื่นยังไม่เล่นมาก อย่างเนี่ย ข้อสำคัญเลยคือการแข่งขันกับเวลา ส่วนหนึ่งคือการคุยกับลูกค้าให้รู้เรื่อง นั่นแหละสำคัญ  

Q : สิ่งที่ชอบในงาน 
A : เราย้อนมองไปดูตอนนี้เราเรียนอยู่มหาวิทยาลัย เรายังไม่รู้จักคอนเท้น หรือโลกออนไลน์ได้ลึกขนาดนี้เลย เรายังเห็นตัวเองไปในแบบมุมหนึ่งอยู่เลย เรามาจับงานนี้ในระยะเวลาสั้นๆ เดือนหรือสองเดือน เรารู้สึกว่าโลกอีกใบนึงที่ทุกอย่างมันถูกขับเคลื่อนด้วยเครื่องมือบางอย่าง ทุกอย่างมันถูกขับเคลื่อนกับเนื้อหาแบบใหม่ๆ ทุกอย่างมันถูกขับเคลื่อนด้วยความคิดสร้างสรรค์ ทุกอย่างมันถูกขับเคลื่อนด้วยอะไรที่หมุนไวเหลือเกิน ถ้าเทียบกับแพลทฟอร์มอื่น

เราก็เลยรู้สึกว่าโลกอันนี้แหละ มันแปลกดี มันทำให้เราสามารถอยู่ในสิ่งตรงนี้ได้นานกว่าอันอื่น เพราะมีอะไรใหม่ๆ เข้ามาตลอดเวลา โจทย์ของพวกคอนเท้นครีเอเตอร์ก็คือ ฉันต้องทำยังไง ต้องดูไซส์ภาพอย่างนี้มั้ย ทำยังไงให้คอนเท้นมารีเลท (relate) กับแพลทฟอร์มนั้นๆ เนี่ยแหละมันคือการ จะบอกว่าเป็นการวิ่งอยู่ตลอดเวลาก็ได้นะ มันไม่ใช่การวิ่งเพื่อแข่ง แต่เป็นการวิ่งมาราธอน วิ่งไปเรื่อยๆ เรียนรู้ไปเรื่อยๆ ทุกๆ กิโลเมตร ทุกๆ ที่เราวิ่งผ่าน มันมีอินพุธใหม่ๆ เข้ามาตลอด ไม่ใช่ไปเพื่อเสียเปล่า

Q : ฝากถึงคนที่อยากเป็นครีเอเตอร์ 
A : พอมันผ่าน มันผ่านงานสายนี้มาประมาณ สองสามปี เราเห็นว่า อุ้ย มันช่างกว้างใหญ่เหลือเกิน ในแดนสนทยาแห่งนี้ มีมิติใหม่ของคำว่า influencer ขึ้นมา เราเห็นมิติใหม่ของการโฆษณา แค่คุณมีไอจีแอคเคาท์คุณก็รับงานในการโฆาณาได้ เพราะฉะนั้น สายงานนี้ เราว่ามันกว้างมากนะ มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะว่าตัวเอง อยู่ในเซ็กเม้นท์ไหน

และอีกอย่างนึงมันมีประเด็น คือเราไม่ควรเอาตัวเองเข้าไปผู้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาก เพราะว่า สังคมมันตีค่าสิ่งที่เรียกว่าเป็ด ต่ำไปหน่อย อันนี้คือในบริบทของสังคมไทยนะ แต่ถ้าเป็นสังคมต่างประเทศอย่างเนี่ย เราคิดว่า คำว่า multitasker หรือคนที่ทำอะไรได้หลายๆ เป็นสิ่งที่ coperrate ใหญ่ๆ ต้องการ โลกมันเเบบไปไกลแล้วอ่ะ โดยที่เราไม่จำเป็นต้อง ยึดติดอาชีพใดอาชีพหนึ่ง สกิลใดสกิลหนึ่ง โลกเนี่ยมันควรบาลานซ์กันสองสิ่ง

บางคนอาจจะอยากเป็นอาชีพนึงที่แบบเอ็กเพิร์ทไปเลย นั่นก็ได้ เป็นสิทธิของเขา แต่ มีพื้นที่อีกเยอะมากๆ ให้คนที่จบใหม่ หรือว่าน้องๆ ที่แบบ ยังซัฟเฟอร์ในการค้นหา คือไม่ต้องไปซัฟเฟอร์กับตรงนั้นมาก มันมีเวลา เทคไทม์ไปกับมัน คือ เราไม่ต้องทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ดีที่สุด เราแค่ทำตรงนั้นพอได้ แล้วค่อยจับตรงนั้นตรงนี้ อินพุทต่างๆ ที่เคยบอกว่าเราไปรู้จักกับคนอื่นๆ มา เอาอินพุทตรงนั้นเข้ามาประกอบกัน ให้เป็นเหมือนซิกเนเจอร์ของเราเอง สุดท้ายสังคมมันต้องการคนที่เก่งทั่งแกนตรงไปเลย และคนที่เก่งหลายๆ เข้ามาเมิร์ชกัน มันทำให้อินโนเวทอะไรใหม่ๆ ได้อีกเยอะเลย

อ่านเรื่องราว สร้างแรงบันดาลใจ จากคนเก่ง ท่านอื่นๆ


สาวช่างฝันในวัยทเว็นตี้ซัมติง เรียนด้านเขียนอ่าน บันทึกเรื่องราวด้วยการสังเกตและบทสนทนา ชอบงานคราฟท์ ปักผ้าได้ พยายามหัดถักนิ้ตติ้งแล้วแต่ไม่สำเร็จ