fbpx
TOP
Image Alt

thewmtd

PMS ทีไรดีลไม่ไหว ผู้ชายทั้งหลายรับมือกับพวกเธออย่างไร ก่อนช่วงวันนั้นของเดือน

การรับมือกับ PMS ไม่ใช่แค่มนุษย์เพศหญิงเท่านั้น ที่ต้องฝึกฝน แต่คนที่อยู่ล้อมรอบตัวเธอ ก็ต้องเข้าใจ เพราะไม่มีมดลูก ไม่รู้หรอกว่า อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ มันเป็นอย่างไร มีนะ ผู้ชายหลายคนที่ไม่เชื่อเลยว่า คนเราจะอยู่ดีดีจะอารมณ์เหวี่ยงแบบไม่รู้สาเหตุชั่วคราว แล้วก็กลับมากลายเป็นคนอารมณ์ปกติเหมือนเดิมได้อย่างไร …ทุกเดือน!

นี่ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะหาเรื่องได้เหวี่ยงอารมณ์ โดยที่ไม่ต้องรับผิดชอบความรู้สึกใคร แต่บางครั้งผู้หญิงเขาก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า อารมณ์กำลังขึ้นๆ ลงๆ คิดอะไรไปเรื่อย อ่อนไหวง่าย และไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีอย่างที่เคย แล้วคนรอบตัวเธอล่ะ จะช่วยอะไรได้บ้าง หรืออย่างน้อยก็ต้องมีคำแนะนำอะไร ที่จะทำให้พวกเขารับมือกับสถานการณ์อันน่าหวาดกลัวนี้ได้ดีขึ้น

ก่อนรับมือให้ได้เข้าใจไหมว่า PMS คืออะไร

กว่า 80% ของผู้หญิงวัย 20-40 ปีโดยประมาณจะมีอาการ Premenstrual Syndrome เป็นเรื่องปกติ เกิดขึ้นช่วง 4-11 วันก่อนมีประจำเดือน แล้วจะค่อยๆ คลายไปเอง หลังจากวันแรกที่ประจำเดือนมา ที่เป็นผลมาจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงในร่างกาย ผสมปนเปไปกับความเครียดของชีวิตแต่ละคน

PMS

อาการจะแสดงออก ทั้งทางร่างกายและจิตใจ คือปวดท้องเป็นหลัก คัดเต้านม หิวบ่อย ปวดหลัง ไม่มีแรง และอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย อ่อนไหวง่าย กังวลกับเรื่องเล็กๆ

ทำไมคนรักถึงมีผลทำให้อาการรุนแรงหรือบรรเทาลงได้

ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ที่ใกล้ชิดกันนั้น มีผลต่ออารมณ์ของแต่ละบุคคลค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสัมพันธ์ของคนรัก มีเปอร์เซ็นต์ค่อนข้างสูงกว่าคนในครอบครัวเสียอีก เพราะฉะนั้นหากในช่วงระยะก่อนประจำเดือนจะมา หากผู้หญิงเกิดความรู้สึกกดดัน หงุดหงิดกับคู่ชีวิต ก็เป็นไปได้ว่า พวกเธอจะเลิกรากับเขาได้อย่างง่ายได้กว่าช่วงเวลาปกติ เพราะฉะนั้นในทางตรงกันข้าม หากพวกเขาสร้างความหงุดหงิดให้กับเธอได้ขนาดนั้น ก็เป็นไปได้ว่าพวกเขาจะช่วยบรรเทาความรู้สึกไม่ดีให้ลดลงได้เช่นกัน

รับมือกับทีละสเต็ปไปด้วยกัน

Step 1 ทำใจให้ยอมรับ

เข้าใจ เป็นขั้นตอนแรก ที่จะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นมากกก เพราะอาการนี้ของผู้หญิงแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันอีก ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการเหวี่ยง ฟาดงวงฟาดงาของพวกเธอไป แบบใช้เหตุผลน้อยลง อารมณ์มากขึ้น ขึ้นอยู่กับว่า ปกติพวกเธอเป็นคนแบบไหน และอีกแบบก็คือ จะอ่อนไหวได้ง่ายกว่าที่เคยเป็น ชนิดที่ว่า อะไรก็ตาม ก็อาจทำให้พวกเธอเสียน้ำตาได้

หากเป็นคนรักกัน ที่สนิทสนมรู้ช่วงเวลาร่างกายของเธอดี นับวันได้เลย ก่อนประจำเดือนจะมา สักประมาณ 7 วัน หากเธอออกอาการว่า หิวบ่อยขึ้นมาเมื่อไหร่ ความอ่อนไหวเหล่านั้นจะตามมา ทำใจให้เข้าใจว่า ฮอร์โมนของพวกเธอในช่วงนี้จะเปลี่ยนแปลง อาการทางจิตใจจะมาก่อนประจำเดือนมา หลังจากอาการทางกายจะแซงหน้าทันที

Step 2 ซัพพอร์ตทั้งทางกายและใจ

ผู้หญิงทุกคนจะสังเกตตัวเองมาตั้งแต่ประจำเดือนมาปีแรกๆ แล้วว่าจะเกิดอาการอะไรกับร่างกายและจิตใจ เช่น หนึ่งวันก่อนประจำเดือนมามีอาการเตือนว่าถึงขีดสุดแล้วจะร้องไห้กับเรื่องอะไรก็ไม่รู้ แต่ก่อนหน้านั้นเธออาจจะอยากกินของหวาน แบบไม่อยากรู้สึกอ้วน ก็ซื้อโยเกิร์ตไขมันต่ำแช่เอาไว้ให้ในตู้เย็น ดึกๆ เธอเกิดหิวขึ้นมาก็จะช่วยบรรเทาความอยากไปได้บ้าง

PMS

Step 3 พาเธอไปบำบัด

อาการความหงุดหงิดตึงเครียดเกินไปจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง เมื่อเริ่มเกิดส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ประจำวันบำบัดได้ก็จะดีกว่านะ หากเข้าใจที่มาว่าความหงุดหงิดเกิดจากอะไร ค่อยๆ แก้ไขก็จะไม่ทำให้ความสัมพันธ์พังลงอย่างน่าเสียดาย

พบแพทย์และใช้ยากล่อมประสาทอาจเป็นหนึ่งทางเลือกที่ฟังดูหนักหน่วงอยู่ แต่ในระยะยาวการบำบัดทางจิตดูเหมือนจะส่งผลเสียต่อร่างกายน้อยกว่า และดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับชายหนุ่มที่อยากจะช่วยเหลือคนรักของพวกเขาแต่ไม่รู้จะช่วยได้อย่างไร เพราะการหลบหน้าหลบตาเธอไปสักพักหลีกเลี่ยงการปะทะจะทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกทิ้งให้เผชิญความเครียดเพียงลำพัง ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่

ในขณะที่หากเป็นมนุษย์เพศหญิงที่เป็นคนรักกัน ก็จะยิ่งเข้าใจกันและกันได้ดีเลยว่า อาการมันเป็นอย่างไรนะ ปวดท้อง ปวดใจ ไปบำบัดด้วยกัน เผลอๆ รอบเดือนของทั้งคู่มาพร้อมๆ กัน ก็จะรู้ได้เลยว่าช่วงนี้เราสองคนอาจจะปะทะกันทางใจหนักไปหน่อย จับมือหาทางแก้ย่อมดีกว่าเสมอ

PMS

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า ถึงเวลาต้องบำบัดจริงจัง?

อาการที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่ตามปกติแล้วก็เกิดขึ้นกับคนทั่วไป แต่เมื่อไหร่ที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตของบุคคลนั้นและคนรอบข้างขึ้นมาละก็ แม้จะไม่รุนแรงมากแต่ก็สามารถปรึกษาแพทย์ได้เสมอ แล้วแพทย์จะช่วยวินิจฉัยให้เองว่าจะต้องเข้ารับการบำบัดหรือไม่ ส่วนอาการที่สังเกตเองได้ง่ายก็คือ อารมณ์ที่ฉุนเฉียว จนส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ การงาน และชีวิตประจำวันด้านอื่นๆ ไม่สามารถรู้ทันอารมณ์ตัวเองได้ว่าเกิดจากอะไร และควบคุมไม่อยู่

Step 4 บำบัดไปพร้อมกัน

จับมือเดินหน้า ปรึกษาจิตแพทย์ไปพร้อมกัน! นี่เป็นการซัพพอร์ตที่ดูเสียสละมาก อย่างน้อยก็สละเวลาของพวกเขามาทำอะไรบางอย่างร่วมกับเธอ เพื่อให้เธอรู้สึกดีขึ้น หากคุณรู้สึกอยากเข้าใจและใส่ใจเธอขั้นนี้แล้วล่ะก็ อย่าเพิ่งมองว่าการบำบัดเป็นทางเลือกของคนมีปัญหาเพียงอย่างเดียว

PMS

เพราะการบำบัดแบบคู่รักด้วยกันแม้อาการจะเกิดขึ้นเฉพาะกับร่างกายเธอ แต่ยอมรับเถอะว่าสิ่งนี้ส่งผลต่อชีวิตคู่อยู่ไม่น้อย มันทำให้เธอรู้สึกฮึดขึ้นมาต่อสู่กับอาการทางกาย เพราะรู้ว่ามีคนคอยยืนต่อสู้อยู่ข้างๆ เธอ 

และการบำบัดทางจิตใจจากอาการนี้ก็ทำให้เพศหญิงรู้จักควบคุมอารมณ์ความรู้สึกได้ดีขึ้นมาก อ้างอิงจากผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร PLoS ONE ว่าพวกเธอคำนึงถึงความสำคัญของความสัมพันธ์มากขึ้น ไม่เหวี่ยงมันไปรอบๆ เพียงเพราะอารมณ์แปรปรวนอีกต่อไป แต่แม้ว่าจะเป็นการบำบัดเพียงลำพัง ก็ยังส่งผลดีต่อร่างกายและจิตใจของพวกเธออย่างเห็นได้ชัด


เพราะฉะนั้นหากคุณเป็นคู่รักของมนุษย์เมนและอยากจะ รับมือกับ PMS ให้ได้ เพื่อชัยชนะของชีวิตคู่เรา ค่อยๆ ประเมินอาการและสถานการณ์ของเธอดู หากไม่รุนแรงการบำบัดก็ไม่มีความจำเป็นอะไรนักหรอก แต่หากว่ารักครั้งนี้มีความหมายมากเกินกว่าจะเสี่ยงต่อการถูกทำลาย เพราะความหงุดหงิดเพียงชั่วคราวของเธอ จูงมือกันไปรับคำปรึกษาดูสักครั้ง บางทีแก้ปมปัญหาเพียงหนึ่ง ก็ทำให้เส้นทางข้างหน้าราบรื่นได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการ PMS ได้ทางนี้ ไม่อยากเป็นยัยขี้เหวี่ยง เพียงเพราะ PMS
อัพเดทเรื่องราวสนุกๆ รายวันทาง Facebook : ผู้หญิงสมัยนี้ -wmtd