fbpx
TOP
Image Alt

thewmtd

hollywood

จูดี้ การ์แลนด์ สาวน้อยจาก The Wizard of Oz: ตำนานแห่ง Hollywood กับเรื่อง ‘จริง’ ที่ปลายสายรุ้ง

หากใครเป็นคอหนังเก่ายุค Old Hollywood คงไม่มีใครไม่รู้จัก
The Wizard of Oz (1939)
เรื่องราวของ ‘โดโรธี เกล’ สาวน้อยในชุดกระโปรงสีฟ้าสด
ผู้เดินเท้าตามหาสิ่งที่ปรารถนาบนเส้นทางสีเหลืองทองไปกับเพื่อนๆ
ในดินแดนแห่งพ่อมดออซ เพื่อพบว่าท้ายที่สุดแล้ว ไม่มีสถานที่วิเศษไหนจะสุขใจเท่าบ้านที่เธอจากมา

ผลงานสุดคลาสสิกชิ้นนี้ไม่ได้สั่นสะเทือนแค่วงการฮอลลีวู้ดในฐานะภาพยนตร์ที่มีเทคนิคการใช้ฟิล์มสีเป็นเรื่องแรกๆ
แต่ยังเป็นภาพยนตร์แจ้งเกิดของหญิงผู้เป็นตำนานตลอดกาลแห่งโลกภาพยนตร์อย่าง ‘จูดี้ การ์แลนด์’ ที่ชีวิตหลังจอเงินของเธอนั้น
ไม่สวยงามชวนฝันอย่างสายรุ้งที่เธอเคยวาดไว้ในเพลง Over The Rainbow จนเธอถูกขนานนามว่า
เป็นเหยื่อคนแรกอย่างเป็นทางการของฮอลลีวู้ด จากเรื่องราวเลวร้ายที่เธอต้องเผชิญตั้งแต่เด็กจนโต ที่จะทำให้ทุกคนทึ่งกับความแข็งแกร่งของผู้หญิงคนนี้

ถูกแม่แท้ๆ บังคับให้ใช้ยาตั้งแต่วัย 10 ขวบ

ผู้ชมทั่วโลกต่างยอมรับจูดี้ การ์แลนด์ ในฐานะนักแสดงผู้มีการแสดงที่ทรงพลัง แต่สำหรับเหล่านายทุนและแม่ของเธอ พวกเขามองเธอเป็นแค่ ‘ตัวทำเงิน’
ซึ่งเป็นเงินจำนวนมหาศาลมากๆ ด้วย เพราะ หากย้อนดูผลงานขึ้นชื่อของจูดี้ การ์แลนด์ อย่าง The Wizard of Oz, A Star Is Born หรือ Meet Me in St. Louis
จะเห็นว่าการแสดงฉากขับร้องของจูดี้มักจะทำให้เพลงที่ใช้ในภาพยนตร์เกือบทุกเพลงกลายเป็นเพลงฮิตติดตลาด ร้องวน ขายซ้ำได้เป็นสิบๆ ปี

เธอจึงถูกคนใจร้ายรอบตัวหลอกล่อด้วยคำพูดเชิงว่า ‘เธอคือดาว’ ‘เธอเป็นคนพิเศษ’ ‘ผู้ชมต้องการเธอ’ แล้วพวกเขาก็ยื่นยาใส่มือจูดี้
ให้เธอสามารถลุกขึ้นมาทำการแสดงและทำเงินให้พวกเขาได้ต่อ ซึ่งมันน่าเศร้ามากตรงที่คนที่บังคับให้เธอใช้ยาเป็นคนแรกคือ เอเธล มาเรียน แม่แท้ๆ
ของเธอ เอเธลเล็งเห็นเม็ดเงินที่จะได้จากตัวลูกสาวตัวน้อย เอเธลจึงผลักดันให้ลูกสาวเข้ามาในวงการบันเทิงจนสำเร็จ
เพราะจูดี้มีพรสวรรค์จนผู้จัดคนไหนก็ต้านทานได้ยาก

เมื่อจูดี้ได้เป็นดาราเด็กที่มีชื่อเสียง รับงานแสดงเพิ่มขึ้นทุกวัน เอเธลก็เริ่มให้จูดี้ใช้ยานอนหลับ เพื่อที่จะควบคุมเวลานอนและเวลาตื่นไปทำงานของลูกสาวได้
พอเธอเริ่มโตขึ้น ทางค่ายก็เริ่มใช้ยา เบนซิดรีน หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ ‘ยาม้า’ กับจูดี้เพิ่มขึ้นอีกตัว เพื่อทำให้เธอมีแรงร้องและเต้นได้ตลอดการถ่ายทำ
จูดี้ต้องใช้ยาตัวนี้อย่างหนัก ในวัย 16 ปี ตอนแสดงเรื่อง the Wizard of Oz เพราะเธอมีเวลาพักผ่อนน้อยมากๆ ทีมงานเลยใช้วิธีการให้ยานอนหลับกับจูดี้ในช่วงพักกอง
แล้วปลุกเธอขึ้นมาด้วยยาม้าอีกครั้งเพื่อถ่ายต่อ ทำแบบนี้ทุกวัน เป็นเวลาตลอดการถ่ายทำ ส่งผลให้จูดี้ไม่สามารถเลิกใช้ยาตัวนี้ได้
เธอไม่เคยทำการแสดงด้วยสภาพร่างกายที่เต็มร้อยเลยสักครั้ง เพราะเชื่อว่าตัวเองต้องพึ่งยาเสมอ จนเธอเสพติดมันในที่สุด

ถูกล่วงละเมิดทางเพศระหว่างถ่ายทำ The Wizard of Oz
และการจ่ายค่าแรงแบบสองมาตรฐาน

จูดี้ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อ ว่าเธอมักจะรู้สึกเหมือนโดนแอบมองใต้กระโปรง และสัมผัสที่ต้นขาทุกครั้งที่เข้าฉากกับกลุ่มคนแคระ ระหว่างถ่ายทำ The Wizard of Oz
และมีหนึ่งในกลุ่มนักแสดงคนแคระชวนเธอในวัย 16 ปีไปออกเดท ซึ่งเธอและแม่ของเธอต้องจำใจไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะกลัวว่าจะโดนปล่อยข่าวเสียๆ หายๆ
ว่าเธอเป็นคนหยิ่งยโส 

ซึ่งนอกจากเรื่องการถูกล่วงละเมิด และการทำงานอย่างหนักของจูดี้ในกองถ่ายภาพยนตร์เรื่องนี้ เธอยังถูกทางค่าย MGM กดขี่เรื่องค่าแรงในแบบที่ยอมรับได้ยาก
เพราะเธอได้ค่าตัวจากภาพยนตร์เรื่องนี้เพียงแค่ 500 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ เมื่อเทียบกับรายได้ของหนังกว่า  34 ล้านดอลลาร์ (ในยุค 1940s)
ถือว่าเป็นค่าตอบแทนที่น้อยมากๆ  ในขณะที่นักแสดงนำชายที่รับบทเป็นหุ่นไล่กา หุ่นกระป๋อง และสิงโต ได้ค่าจ้างถึง 3000 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์
ทั้งที่มีคิวถ่ายน้อยกว่าเธอ

แต่ถึงแม้จะมีความไม่ยุติธรรมและปัญหามากมายเกิดขึ้นระหว่างถ่ายทำ The Wizard of Oz ก็ไม่มีนักแสดงคนไหนเลยที่กล้าจะลุกขึ้นมาฟ้องร้องกับทีมผู้จัด
เพราะในยุคนั้น MGM เป็นค่ายยักษ์ใหญ่ที่สามารถจะดับอนาคตของพวกเขาและเธอทั้งหมดได้ในวงการบันเทิง

ที่มา: ข้อมูลรายได้ของ จูดี้ การ์แลนด์

เหยื่อของบรรทัดฐานความงามในวงการ Hollywood

จูดี้ การ์แลนด์
Judy Garland in A Star Is Born (1954)

ในขั้นตอนของการแคสติ้ง เหล่าผู้บริหารของค่ายยักษ์อย่าง MGM (ที่เป็นค่ายต้นสังกัดของเธอในเวลาต่อมา)
ต่างทึ่งในน้ำเสียงอันทรงพลังเกินวัยของจูดี้ แต่พวกเขากลับไม่ชอบรูปลักษณ์ของเธอเอาเสียเลย
พวกเขาต่างบอกว่าเธออ้วนเกินไป หน้าตาบ้านๆ… จูดี้ได้รับอนุญาตให้กินแต่ซุปไก่กับกาแฟดำ
หนำซ้ำยังถูกบังคับให้สูบบุหรี่ตั้งแต่เด็ก เพื่อลดความอยากอาหาร จูดี้ต้องใส่คอร์เซ็ตรัดตัว
แผ่นเสริมจมูกและฟันปลอมตลอดการทำงานตั้งแต่วัย 16 ปี จนมีหลายครั้งที่จูดี้เป็นลมล้มพับไป
ระหว่างการแสดง เพราะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ แถมยังหายใจไม่สะดวกจากเสื้อผ้าที่ใส่
และต้องใช้ยากระตุ้นเพื่อให้ตื่นขึ้นมาทำงานได้อีกครั้ง

ซึ่งท้ายที่สุด กรอบของความงามพวกนั้นก็ไม่สามารถจำกัดจูดี้ได้
เพราะความสามารถอันเป็นเนื้อแท้ในตัวเธอเป็นสิ่งที่ครองใจผู้ชมทั้งโลก

ความบอบช้ำทางจิตใจ ที่นำไปสู่จุดจบแสนเศร้า
ในวัย 47 ปี

ในปี 1951 จูดี้ การ์แลนด์ เริ่มถูกถอดออกจากงานต่างๆ เนื่องจากความไม่พร้อมของสภาพร่างกายและจิตใจ ที่หนักจนถึงขั้นที่ สตีวี่ ฟิลลิปส์ ผู้จัดการส่วนตัวของเธอให้สัมภาษณ์กับสื่อ ว่า “เราต้องใช้ยาเพื่อทำให้เธอลุกขึ้นมา
อยู่ในระดับที่จะสื่อสาร เซ็นต์เช็ค หรือคุยเรื่องธุรกิจได้” เพราะจูดี้ใช้ยาแก้ไขทุกปัญหาที่เกิดขึ้นกับเธอ ทั้งการแต่งงาน
ที่ล้มเหลวถึง 5 ครั้ง การเป็นคนล้มละลายในช่วงไม่มีงาน จนเกือบเสียสิทธิ์ดูแลลูกๆ ของเธอ
อาการจากการเป็นโลกซึมเศร้า และความโดดเดี่ยวท่ามกลางโลกของแสงสีแห่งนี้

ต่อมาไม่นาน หลังจากการขึ้นร้องเพลงครั้งสุดท้ายที่โคเพนฮาเกน ประเทศเดนมาร์ก ในปี 1969
เธอก็ได้จากโลกนี้ไปแบบไม่มีวันกลับ ด้วยอาการเสพยาเกินขนาด เป็นการปิดตำนานสาวน้อยแห่งดินแดนพ่อมดออซ
ที่สร้างความโศกเศร้าให้กับคนมากมายที่รักเธอ

ชีวิตของ จูดี้ การ์แลนด์ สะท้อนความเลวร้ายที่เกิดขึ้นจริงในวงการมายา ถึงแม้เธอถูกขนานนามว่าเป็นเหยื่อคนแรกอย่างเป็นทางการ แต่เธอไม่ใช่แค่ ‘เหยื่อคนเดียว’
ที่ถูกอุตสาหกรรมนี้ดูดกลืนทุกอย่างในชีวิตจนลมหายใจสุดท้าย ซึ่งเรื่องราวของจูดี้ได้ถูกหยิบยกมานำเสนอใหม่หลายครั้ง ทั้งในรูปแบบภาพยนตร์ หรือสารคดี
เพื่อสะท้อนและย้ำเตือน ว่ายังมีมุมมืดอีกมากในโลกของสื่อบันเทิงที่ควรได้รับการแก้ไข เพื่อให้งานศิลปะแขนงนี้เป็นสิ่งที่จรรโลงใจทั้งผู้ชมและผู้ถ่ายทอดอย่างเท่าเทียม 

และถึงแม้ว่า จูดี้ การ์แลนด์ จะต้องผ่านเรื่องราวมากมายบนเส้นทางสายนี้ เธอก็สามารถต่อสู้กับทุกความยากลำบาก เป็นสตรีที่น่ายกย่องในฐานะแม่ที่ดีที่สุดของลูกๆ
ทั้งสามคนที่เติบโตอย่างมีความสุข อีกทั้งยังเป็นศิลปินผู้ฝากบทเพลงที่มอบพลังใจให้กับคนที่มีฝันอีกนับล้าน


รับชมสารคดีบอกเล่าชีวิต ของ ‘จูดี้ การ์แลนด์’ ได้ที่:
Judy Garland: The End Of The Rainbow (Documentary)
The Tragic, Real-Life Story Of Judy Garland
ภาพยนตร์เรื่อง JUDY (2019)

และบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจจากเว็บไซต์ ผู้หญิงสมัยนี้
จากนางแบบสู่ Performance Artist ผู้เขียนโค้ดได้
เมื่อเดินตามฝันสู่การเป็น นักแสดงละครเวทีไกลถึง นิวยอร์ก
ผู้หญิง 2019 ที่สร้างแรงบันดาลใจ และถูกกล่าวถึงมากที่สุด

สาวน้อยคาแรคเตอร์ไหลลื่น ผู้คลั่งรักในศิลปะทุกแขนง เชื่อว่าการดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ เสพงานอาร์ต ก็เหมือนการป้อนอาหารดีๆ ให้สมองและหัวใจ ...อยากให้ทุกคนใช้ชีวิตให้สนุกและสุนทรีย์ ในทุกๆวันไปด้วยกันนะ :)