fbpx
TOP
Image Alt

thewmtd

แต่งงาน 101 : เมื่อเธอเซย์เยส เราจะคุยเรื่องงานแต่งอย่างไร ให้ได้อย่างที่ฝันไว้

แต่งงาน ภาพในฝันของหญิงสาวส่วนใหญ่ที่วาดเอาไว้ราวกับเทพนิยาย ส่วนฝ่ายชายเห็นเป็นลานโล่งๆ หากให้คนทั่วไปอธิบายความหมายของชีวิตคู่ อาจบอกง่ายๆ ได้ว่า เป็นเส้นทางราบเรียบที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ จูงมือกันไปจนแก่เฒ่า ภาพในฝันที่มันยังไม่ผสมรวมกันความจริงที่ว่าความสวยงามที่อาจเกิดขึ้นจริงนั้นมันก็เป็นชีวิตธรรมดาทั่วไป ที่เราใช้ร่วมกับใครอีกคน ที่เขาหรือเธอมีความคล้ายกันอยู่บ้างไปจนถึงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เมื่อเราตัดสินใจจะใช้ชีวิตร่วมกับใคร ความยากลำบากของการปรับตัว ปรับใจ จะยากขึ้นไปอีกเท่าตัวเมื่ออีกฝ่ายได้เอ่ยปากคำว่า ‘แต่งงาน’ ออกมา

ความไม่เข้าใจที่จะนำไปสู่ภาพงาน แต่งงาน ในฝัน

ไม่มีใครรู้เท่ากับบ่าวสาวหรอกว่า ก่อนจะเห็นเป็นงาน แต่งงาน ที่สวยงามดุจเทพนิยาย เราสองคนผ่านอะไรด้วยกันมาบ้าง คนนั้นจะเอาอย่างนั้น คนนี้จะเอาอย่างนี้ ไม่เข้าใจ วีนแตก โวยวาย เสียน้ำตากันไปไม่รู้เท่าไหร่ แต่ขอบอกก่อนทุกอย่างจะเกิดขึ้นเอาไว้ตรงนี้ว่า เวดดิ้งแพลนเนอร์หลายคนผ่านเหตุการณ์ขวัญผวาที่ว่านี้มานับครั้งไม่ถ้วน

แต่แน่ล่ะว่าคงเป็นครั้งแรกของบ่าวสาวส่วนใหญ่ อยากจะให้สิ่งที่คิดเกิดขึ้นจริง แต่อะไรๆ ก็ดูไม่ง่าย และไม่ได้ดั่งใจ เราเลยอยากจะช่วยรวมสติ และเสนอแนวทางที่ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นจากการพูดคุย และทำความเข้าใจของคนสองคน(ขึ้นไป) ตามนี้

แต่งงาน

เปิดอกคุยกันเองก่อน

คบกับใครสักคนเป็นคนรัก เราต้องรู้ว่า เรามองเห็นเป้าหมายในชีวิตเป็นภาพเดียวกันไหม และคงไม่มีใครตอบแทนให้ได้ว่า คบกันนานแค่ไหนถึงจะได้เวลาแต่งงานซะที คำตอบที่เหมาะสมที่สุดคงมีแค่ ‘พอสมควร’ …พอสมควรที่จะไม่บอกและหลอกตัวเองว่าเรารู้จักเขาดี ลึกซึ้ง จนถึงระดับหนึ่งที่จะสามารถตัดสินใจแทนกันได้ และอีกฝ่ายไม่ติดใจเป็นเรื่องใหญ่

ช่วงเวลาของความสัมพันธ์นั้นก็เป็นอีกปัจจัยที่ใหญ่กว่าที่คิด แต่ไม่ว่าคบกันมาด้วยระยะเวลาแค่ไหน ถ้าหากมั่นใจว่าใช่คนนี้แล้วก็ลุยต่อเลย เพราะหนทางสู่งานแต่งงานยังอีกยาวไกล เราสองคนยังต้องตัดสินใจอะไรด้วยกันอีกเยอะ งานแต่งงานเป็นอีเวนท์ที่แชร์กันระหว่างคนสองคน อย่ายึดเอาความคิดของใครคนใดคนหนึ่งมาตั้งแต่แรก เพราะจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่มีส่วนร่วมในงานนี้ เปิดใจเอาไว้ได้เลยว่าเราจะไม่ได้อะไรดั่งใจ 100%

หันกลับมามองที่คู่ของเรา หากเป็นไปได้ให้เอ่ยปากบอกหรือถามกันตรงๆ เลยว่า อีกฝ่ายคิดเห็นอย่างไรกับการจัดงานแต่งงาน เป้าหมายชีวิตของเธอมีฉันเป็นคู่ไหม ครอบครัวของฉันอยากเห็นภาพเราแต่งงานกัน พอจะทำให้กันได้ไหม …อะไรง่ายๆ แบบนี้ ติดขัดตรงไหนเปิดใจ คุย เข้าใจ และยอมรับข้อตกลงของกันและกัน ขอให้สุดท้ายลงเอยที่ตรงกลาง แล้วจะได้ไม่มีใครรู้สึกว่าเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ

Do

  • เปิดอกคุยกันตรงๆ อยากได้อะไร ไม่อยากได้อะไร
  • เปิดใจยอมรับความต้องการของอีกฝ่ายด้วย อย่าเอาแต่ตัวเองเป็นที่ตั้งฝ่ายเดียว

Don’t

  • อย่ามองความรักด้วยฟิลเตอร์สีชมพู มองความเป็นจริงบ้าง 
  • อย่าคิดว่าถ้าใช่แล้วต้องรีบ

แต่งงาน

เมื่อตกลงกันได้ ถึงเวลาของครอบครัว

พอตอบคำถามกันและกันได้ว่าเราเห็นทุกอย่างเป็นภาพเดียวกัน ก็จับมือกันให้มั่นแล้วไปลุยกับครอบครัวทั้งสองฝ่าย เพราะเราชาวไทยมีพิธีอะไรต่างๆ นานาหลากหลาย และไม่ใช่ทุกบ้านจะเหมือนกัน อย่างที่ฮิตๆ เลยคือ พิธีแต่งงานในไทย มีหลายแบบ ไทยแท้ จีน คริสต์ หรืออิสลาม ซึ่งบางพิธีมิกซ์กันได้ บางบ้านมีการรดน้ำสังข์และยกน้ำชาในช่วงต่อมาติดกัน บางบ้านจัดแบบคริสต์ไปเลยสั้นๆ และครอบครัวที่นับถือศาสนาอิสลามก็จะเป็นการแต่งเข้าศาสนา เรื่องแบบนี้ต้องรู้อยู่ก่อนแล้ว

เราสองคนปรองดองกันได้ไม่ยาก แต่ความต้องการของครอบครัวก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก ยุคนี้บ่าวสาวมีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ก็อาจจะมีการคุยกับครอบครัวว่าพอจะรับความต้องการของครอบครัวได้ประมาณหนึ่ง แต่บางบ้านความต้องการของพ่อกับแม่ก็มาที่หนึ่งเหมือนกัน เพราะฉะนั้นต้องเคลียร์ตรงนี้ให้ดี อย่าให้ต้องอึดอัดกัน

หากเรารู้สึกอึดอัดกับบ้านของอีกฝ่าย อย่าลุยเองเด็ดขาด ให้คุยกับคนข้างๆ แล้วให้เขาค่อยๆ ไปปรับความเข้าใจกับครอบครัวด้วยตัวเอง เพราะเขาจะรู้ว่าต้องทำอย่างไรเพื่อไม่ให้ผิดใจกัน

งานแต่งงานเป็นเรื่องของการสร้างครอบครัว เพราะฉะนั้นนอกจากสิ่งที่เราสองคนอยากเห็นกันเองแล้ว ภาพรอยยิ้มของคนที่เลี้ยงดูเรามาก็เป็นสิ่งที่มีค่า ขอให้คิดว่างานนี้เราตั้งใจให้เกิดขึ้นแค่ครั้งเดียวในชีวิต อะไรที่ทำให้พ่อกับแม่มีความสุขและเราพอจะยอมรับได้ สามารถทำให้เกิดขึ้นก็อยากให้เปิดใจ แต่อะไรที่เรารับไม่ไหวจริงๆ ขอให้พูดคุยกันให้เข้าใจ อย่าถึงกับบอกปัดไปอย่างไม่ไยดี

Do

  • เปิดอกอีกครั้ง พูดคุยถึงความต้องการสองของครอบครัวและหาจุดที่จูนกันได้
  • เราเป็นคนดีลกับครอบครัวของเรา และเขาให้ดีลกับครอบครัวของเขา

Don’t

  • อย่ายอมจนตัวเองเสียหลัก แต่อย่าปักหลักจนครอบครัวเสียความรู้สึก
  • อย่าให้อีกฝ่ายต้องเลือกระหว่าง ครอบครัวกับคนรัก

แต่งงาน

แล้วเงินจะเนรมิตให้ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ดั่งไม้กายสิทธิ์

เงิน ก็คืออีกหนึ่งตัวแปรของการสร้างงานแต่งให้เกิดขึ้นได้มากน้อยแค่ไหนตามจินตนาการที่วาดฝันเอาไว้ของเรา แต่งบประมาณที่เท่ากันมารวมกับความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่เหมือนกันก็จะสร้างงานที่มีมูลค่าต่างกันได้ เพราะฉะนั้นต้องใช้ให้เป็น

อย่างแรกเลยคือเราต้องรู้ว่างบประมาณที่มีนี้ มีเท่าไหร่ ซึ่งอาจจะมาจากเงินเก็บของเราสองคนที่สะสมกันมาสักระยะหนึ่ง หรือเงินสนับสนุนจากทางบ้านที่ครอบครัวตั้งใจจะมอบให้เพื่อเนรมิตงานในฝันก็ตาม ขอให้ใช้อย่างมีสติ! บ้างคู่อาจจะมีการแบ่งเลยว่าพิธีไหนให้ฝั่งไหนเป็นคนจัดการเรื่องเงินไปเลย หรือรวมเอาไว้ที่บ่าวสาวแล้วใช้จ่ายจากเงินกองกลาง ขึ้นอยู่กับว่าจะตกลงกันอย่างไร แต่เรื่องนี้อย่าข้ามไปหรือหยวนไปเอาไว้ทีหลัง เพราะไม่อย่างนั้นจะผิดใจกันได้ ให้ทั้งสองครอบครัวและคู่รักตกลงกันตั้งแต่แรกได้เลย ไม่ต้องลีลา

ลิสต์สิ่งที่เราอยากได้ (หมายถึงสิ่งที่ทุกคนอยากได้) สรุปรวมเลยว่าอะไรต้องใช้เงินเท่าไหร่บ้างในงานนี้ เงินในกองจะหมดไปกับค่าสถานที่และค่าจัดงานเกิน 50% อย่างอื่นนั้นแสนยิบย่อย เพราะฉะนั้นอยากให้ไปเห็นกับตาและพูดคุยกับคนที่ดูแลทุกสถานที่ที่เราเล็งเอาไว้ให้ชัดเจน ว่าจ่ายเท่าไหร่แล้วจะได้อะไรบ้าง ลองบวกลบคูณหารเอาเองในใจว่า อะไรคุ้มที่สุด อะไรที่ชอบที่สุด ยอมจ่ายกับที่ไหนมากที่สุด

ไม่ว่ากันหากว่าอยากจะจ่ายมากหน่อย เพราะถูกใจกับสถานที่ที่แพงกว่าที่อื่น เพราะรสนิยมเป็นสิ่งที่ตัดสินแทนกันไม่ได้ แค่ไม่อยากให้ต้องมาลำบากใจทีหลัง

แล้วค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่นๆ ที่เหลือเช่น ชุด การ์ด ของชำร่วย และอื่นๆ อีกมากมาย ให้ตั้งสติแล้วมองหาคนรอบตัวว่ามีใครที่พอจะช่วยเหลือได้บ้าง ช่วยเหลือ ไม่ได้หมายความว่า ฟรี นะ อย่าตั้งหน้าตั้งตาเอาแต่ขอของฟรี แต่ให้สนับสนุนเพื่อนหรือคนใกล้ตัว เพราะจะได้บอกความต้องการได้ชัดเจนกว่า เราอาจจะรู้ใจกันมากกว่าจ้างคนอื่น ได้ราคาดีกว่าแลกเปลี่ยนกับการสร้างและโฆษณาผลงานของอีกฝ่าย แต่อย่าคาดหวังว่าจะได้อะไรฟรีๆ จากแรงงานของคนที่ลงมือทำ

Do

  • จัดการงบประมาณให้ดี แล้วจะไม่ต้องเสียในสิ่งที่ไม่ควรจะเสีย
  • มีตัวเลือกในทุกอย่างเสมอ รู้จักในสิ่งที่เราจะเลือกแล้วจะได้สิ่งที่ดีที่สุดอย่างคุ้มค่าที่สุด

Don’t

  • อย่าขออะไรจากใครฟรีๆ

สามสเต็ปที่เล่ามานั้นเป็นเพียงการพูดคุยในขั้นก่อนแต่งงาน ระหว่างเรา, ครอบครัวของเรา, และการจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายที่ยังไม่ได้ลงมือทำเท่ากัน สิ่งที่ต้องยึดถือเอาไว้ในใจเลยก็คือ

  • ความเข้าใจ ว่าฝ่ายคู่รักของเราเขาก็ต้องการอะไรบางอย่างที่อาจจะแตกต่างจากความต้องการของเรา บางครั้งยอมเพื่อแลกเปลี่ยนให้ได้ดั่งใจในสิ่งที่สำคัญกับเรามากกว่าก็เป็นการเจอกันคนละครึ่งทางที่ดี
  • ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ข้ามหน้าข้ามตาคนรักด้วยการเจรจากับครอบครัวของเขาด้วยตัวเราเอง ให้เขาเป็นคนจัดการ จะเป็นการอ่านเกมขาดมากกว่า
  • บอกถึงความต้องการให้ได้ชัดเจน มีความหนักแน่นอย่าอะไรก็ได้แล้วไปเรียกร้องทีหลัง เปิดอกคุยกันตรงๆ ว่าอยากได้อะไรจะทำให้อีกฝ่ายเข้าใจเราได้ดีกว่า

เริ่มพูดคุยให้ถูกจังหวะถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว เราขอเป็นกำลังใจให้กับว่าที่บ่าวสาว นอกจากได้เจอคู่ชีวิตที่ดีแล้ว ก็ขอให้งาน แต่งงาน เป็นไปอย่างราบรื่น ตั้งแต่ต้นจนถึงจรดปลายปากกาเลยนะ

อ่านคอนเทนต์อื่นเกี่ยวกับความสัมพันธ์เพิ่มเติมได้ทาง ผู้หญิงสมัยนี้