fbpx
TOP

นิว-นภัสสร กับบทบาทเจ้าของธุรกิจแบบฉบับ New Normal

ในช่วงที่ผ่านมา หลายๆ อาชีพได้รับกระทบจากการระบาดของ โควิด-19 กันอย่างมาก ไม่เว้นแม้กระทั่ง นิว นภัสสร นักร้องสาวเสียงดี พ่วงตำแหน่ง เจ้าของธุกิจหน้าใหม่ ที่ต้องพาธุรกิจเติบโตไปพร้อมกับบท New Normal ครั้งสำคัญครั้งนี้

มาดูกันว่า สาวสวยคนเก่งของเราต้องผ่านวิกฤติอะไรมาบ้าง และเธอพาธุรกิจนี้เติบโตไปได้อย่างไร สู่ New Normal

นิว นภัสสร ในบทบาทเจ้าของธุรกิจ

Q. แนะนำตัว
A. ชื่อ นภัสสร ภูธรใจ นะคะ หรือว่าคนจะรู้จักในนามนิวนะคะ ‘นิวจิ๋ว’ นั่นเองค่ะ

Q. ธุรกิจที่ทำอยู่ตอนนี้มีอะไรบ้าง
A. ตอนนี้ก็เป็นศิลปิน นักร้อง แล้วก็เป็นเจ้าของธุรกิจ Brandnew Field Good ด้วยค่ะ เป็นร้านอาหารแล้วก็คาเฟ่กลางนา อยู่ที่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ค่ะ

Q. ทำหลายอาชีพ แบ่งเวลาอย่างไร
A. ช่วงหน้านี้ ปกติก็จะแบ่งเวลาที่ว่างจากงานศิลปินไปเชียงใหม่เดือนละครั้ง ครั้งละประมาณ 1 สัปดาห์ กลับไปดูแลและพัฒนาธุรกิจด้วย ไปหาพ่อแม่ ครอบครัวที่อยู่ที่นั่นด้วย แต่ช่วงโควิด งานเราลดลง ถ้ามองในแง่ดีก็คือเราเวลามากขึ้น ในคิดหาวิธีการพัฒนาร้าน คิดเมนูใหม่ๆ คิดว่าถ้าหากว่าร้านเราได้กลับมาเปิดอีกครั้ง เราอยากให้มันเป็นรูปแบบไหน เปลี่ยนไปยังไง แต่ตอนนั้นก็บินไปเชียงใหม่ไม่ได้นะ ก็ใช้วิธีสั่งการทางอินเตอร์เน็ตเอาค่ะ

Q. ทำไมสนใจมาจับทางด้านนี้ เริ่มต้นตรงนี้ได้อย่างไร
A. จริงๆ อาชีพศิลปินเป็นอาชีพที่ไม่แน่นอนอะค่ะ เราก็คิดว่าจะเก็บเงินอย่างไร จะเอาไปลงทุนเรื่องอสังหาริมทรัพย์แบบไหน ทั้งนิวและเป๊กเป็นคนชอบท่องเที่ยวอยู่แล้ว และเชียงใหม่ก็เป็นเมืองท่องเที่ยวด้วย ก็เลยสร้างแหล่งท่องเที่ยวแหล่งใหม่ในเชียงใหม่เลยแล้วกัน ก็เลยไปซื้อที่นาเพื่อสร้างเป็นคาเฟ่ 

ตอนแรก เป๊กก็งงว่าทำไมเราไปลงทุนกับผืนนา แต่เราเล็งเห็นว่าที่นั่นมีทั้งวัด ทั้งโรงเรียน ทั้งชุมชน มีชาวบ้านที่น่ารักมาก มีการเกษตร มีนามีไร ครบทุกอย่าง มันเป็นความสมบูรณ์แบบ ก็เลยหลงรักตรงนั้น เราก็เลยอยากจะส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบชุมชนเพื่อความยั่งยืนด้วย

เป๊กก็เห็นว่าเราชอบและตั้งใจที่จะทำให้มันดีกว่าเดิม ก่อนที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยว เราก็จัดงานแต่งงานตรงนั้นไปเลย เป็นจุดเริ่มต้นเลยแล้วกัน

Q. ทราบมาว่ามีความพยายามจะเชื่อมโยงกับชุมชนด้วย ตรงนี้มีที่มาอย่างไร
A. การเชื่อมโยงกับชุมชนจริงๆ แล้วเราไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเขาเลยนะคะ คือเขาเป็นชุมชนที่น่ารักและแข็งแรงอยู่แล้ว เราแค่ไปเป็นแรงผลักดัน ส่งเสริมเขา อย่างเช่น การทำโฮมสเตย์ ที่สร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากการเกษตร และเราก็เอาหน่วยงานต่างๆ เข้ามาสอนเขา เช่น สอนภาษาอังกฤษ สอนวิธีการจัดการวิสาหกิจในชุมชน ให้หน่วยงานภาครัฐมาสอนการปลูกข้าวแบบทางเลือก

คือมันเป็นความตั้งใจและความพยายามของทั้งนิวและเป๊กด้วย ที่อยากจะให้หลายๆ คนได้เข้ามาสัมผัสกับความเป็นวิถีชุมชน การใช้ชีวิตของชาวบ้านแบบนี้ ลูกค้าที่มาเที่ยวที่แบรนด์นิวฟิล์ดกู้ดหรือว่าจะมานอนพักที่บ้านไก่โห่โฮมสเตย์ ก็จะได้เห็นธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบ ได้เรียนรู้การปั้นดินเผา ชุมชนที่นี่มีหมอนวดเยอะมาก จัดตั้งเป็นศูนย์นวดบ้านปงเลย เราก็เลยดึงชุมชนให้เข้ามาให้บริการนวดที่ร้านด้วย ลูกค้าก็ประทับใจนะคะ เขาชื่นชมนะที่เรากล้าที่จะทำคาเฟ่กลางนา ทำสถานที่ที่ไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวมาก่อน ให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้

การรับมือกับ โควิด-19 แบบ New Normal

Q. ช่วงการระบาดของ โควิด-19 ส่งผลกระทบกับเราแค่ไหน
A. ช่วงที่ผ่านมา ถามว่าโควิดกระทบมั้ย กระทบอยู่แล้ว กระทบเต็มๆ เลย เพราะว่าศิลปินเป็นอาชีพแรกๆ ที่จะต้องหยุดงาน งดการแสดง งดคอนเสิร์ต 

แต่เรายังมีอีกหนึ่งอาชีพก็คือ เจ้าของร้าน Brandnew Field Good ซึ่งช่วงนั้นจริงๆ จังหวัดเชียงใหม่ค่อนข้างจะเจ็บช้ำมากอยู่แล้ว เพราะไฟป่าด้วย หมอกควัน และก็มีเรื่อง โควิด-19 อีกค่ะ นักท่องเที่ยวที่ลดลงจากเดิมอยู่แล้วตั้งแต่ต้นปี ก็ลดลงไปอีก

Q. รับมือกับวิกฤตินี้อย่างไร
A. ในช่วงแรกๆ ที่ โควิด-19 ยังไม่ระบาดรุนแรง เราก็มีมาตรการป้องกันก่อนแล้ว แต่พอมันรุนแรงขึ้นทั่วโลก ทุกอย่างก็ต้อง Set Zero ร้านเราก็ต้องปิดกิจการไปก่อน แล้วถามว่าช่วงนั้นน่ะ พนักงานทำยังไงดี เราก็เป็นห่วง ในช่วงที่เรามีแต่รายจ่าย ไม่มีรายรับเข้ามาเลย เราก็รู้สึกว่าเราต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ก็เลยตั้งใจขายกระเป๋า Tote bag แล้วก็ขายดีมากด้วยค่ะ ก็เลยกลายเป็นรายได้ที่เข้ามาและทำให้นิวมีเงินที่จะเยียวยาน้องๆ แล้วก็ช่วยน้องๆ ลงทะเบียนรับเงินเยียวยาจากรัฐบาล ช่วงที่พนักงานหยุดงาน เราก็ถามไถ่ตลอด ทางร้านก็คอยให้กำลังใจ กลับไปอยู่บ้านก็รักษาตัวให้ดี แล้วสักวันเราจะกลับมาเปิดร้านอีกครั้งหนึ่ง

Q. ตอนนี้ทาง Brandnew Field Good มีมาตรการรับมือเรื่องความปลอดภัย และสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าได้อย่างไร?
A. ตอนนี้ร้าน Brandnew Field Good ก็กลับมาเปิดบริการแล้วนะคะ แต่เราก็ยังต้องเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ทั้งในไทยและต่างประเทศค่ะ ทางร้านก็จะมีเจลแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือ มีการทำความสะอาดร้าน โต๊ะ ห้องน้ำ คือทำทุกอย่างให้เรียบร้อยที่สุด ทางพนักงานเองก็ใส่หน้ากากอนมัย แล้วก็ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์กันตลอดค่ะ และมีการจัดโต๊ะเว้นระยะห่างกัน ด้วยเราก็ไม่อยากปิดร้าน เราจึงพยายามรักษามาตรการให้เข้มงวดที่สุด เพื่อให้นักท่องเที่ยวหรือผู้มาใช้บริการได้รับความไว้วางใจ ว่าเที่ยวแบบ New Normal เราก็รับผิดชอบซึ่งกันและกันทั้งผู้ผลิตผู้ประกอบการเองและก็นักท่องเที่ยวเองค่ะ

พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส จาก มุมมองของ นิว สู่ New Normal

Q. สิ่งที่ได้เรียนรู้ และอยากบอกต่อกับคนอื่น
A. สิ่งที่อยากจะบอกต่อสำหรับทุกคนก็คือ อยากให้ทุกคนมองหาโอกาส หรือว่าลองมองสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ คุณค่าที่ตัวเองมี หรือว่าเป็นสิ่งที่ตัวเองชอบลึกๆ แล้วเอาออกมาเป็นอาชีพ อันนี้เรียกว่าเป็นพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้อย่างดีเลย อย่างนิวเอง ถ้าใครถามว่าเป็นนักร้องไม่มีงาน แล้วทำอะไรอยู่ที่บ้าน จริงๆ แล้วเราเรียนร้องเพลง เรียนออนไลน์กับครูค่ะ กลายเป็นช่วงที่พัฒนาตัวเองไม่ว่าจะเป็นเรื่องการร้องเพลงหรืองานอื่นๆ ที่เราอยากจะเรียนรู้ ทั้งภาษาอังกฤษ ทั้งการทำอาหาร ทั้ง financial ที่เราไม่เคยเรียนไม่เคยรู้มาก่อน เราก็ได้เรียนรู้ในช่วงวิกฤตินี้ มันเป็นโอกาสที่เราเสียอะไรบางอย่างไป แต่เราก็คว้าอีกโอกาสนั้นไว้ค่ะ

Q. อะไรคือสิ่งสำคัญที่ทำให้เรายังเดินต่อไปได้
A. ถามว่าที่ผ่านมาเนี่ยเจอวิกฤตขนาดนี้ถามว่าเหนื่อยไหมมันก็ต้องมีเหนื่อยบ้างค่ะ แต่ว่าเราได้กำลังใจจากแฟนคลับและคนรอบข้างค่ะและเขาเชื่อว่าเราทำได้เท่านั้นเราก็เลยรู้สึกว่านี่แหละคือกำลังใจและแรงผลักดันที่ดีที่ทำให้เราประสบความสำเร็จแล้วไปต่อได้ค่ะ

อ่านเรื่องราว สร้างแรงบันดาลใจ จากคนเก่งอีกหลายท่าน

ตื่นรู้กับความรู้รอบตัวทุกแขนง ชอบของเก๋มีรสนิยม เพิ่งหัดกินขนมกรุบกรอบ เป็นนักแก้ปัญหาตัวยง คิดแล้ว ทำเลยจบงานได้ในหนึ่งวัน ด้วย work-life harmony ที่แท้จริง