fbpx
TOP
Image Alt

thewmtd

ผู้หญิงสมัยนี้

Sexual Harassment ที่หล่อหลอมมากับวัฒนธรรมไทย

Sexual Harassment มีให้เห็นในสังคมจนกลายเป็นเรื่องปกติ(?) หลายคนถูกลวนลามหรือคุกคามทางเพศแต่ก็ไม่ได้รับความยุติธรรมที่มากพอ หรือถูกคุกคามโดยที่ไม่รู้ตัวและไร้ซึ่งโอกาสในการป้องกันตัวเอง

การคุกคามทางเพศ ไม่ใช่เพียงการสัมผัสถึงเนื้อถึงตัวเท่านั้น แต่รวมไปถึงการพูดจา การหยอกล้อ การมองจาบจ้วง การวิพากษ์วิจารณ์ และการกระทำใดๆ ที่ทำให้ผู้ถูกกระทำรู้สึกไม่พึงใจ ไม่ปลอดภัย หรือรู้สึกว่าถูกคุกคาม

ปัจจุบันเรื่องนี้กกลายเป็นเรื่องที่สังคมไทยกำลังให้ความสำคัญและตระหนักถึงมากขึ้น หลายคนเริ่มทำความเข้าใจ หลายคนเริ่มป้องกันตัวเอง หลายคนก็เริ่มหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เข้าข่ายคุกคามและให้เกียรติกันมากขึ้น

แต่ทุกครั้งที่มีข่าวหรือเหตุการณ์เกี่ยวกับการคุกคามหรือล่วงละเมิดทางเพศเกิดขึ้น เราก็ยังเห็นคำพูดคำวิจารณ์เดิมๆ อย่างชินตา อย่างเช่น เหยื่อแต่งตัวโป๊, แค่พูดเล่นกันขำๆ, หรือแม้กระทั่งคำพูดยุยงส่งเสริมกับการกระทำนั้นๆ อีก

สิ่งเหล่านี้คือตัวชี้วัดและสะท้อนให้เห็นว่า สังคมไทยมีค่านิยมบางอย่างที่นำไปสู่การยอมรับว่าการคุกคามทางเพศไม่ใช่เรื่องผิดอะไร ค่านิยมและบริบทสังคมหลายๆ อย่างหล่อหลอมพฤติกรรมเหล่านั้นให้เกิดเป็นความเคยชิน

การปลูกฝังค่านิยมของครอบครัว

เป็นผู้หญิงต้องเรียบร้อย เป็นผู้หญิงต้องแต่งตัวมิดชิด และอีกหลายคำสอนของผู้ใหญ่ที่ล้วนเป็นความหวังดี แต่หลายครั้งคำสอนเหล่านี้กลับเป็นช่องโหว่ให้ผู้หญิงถูกกดขี่โดยไม่รู้ตัว เมื่อเกิดประเด็นการคุกคามทางเพศขึ้น หลายคนมักจะมุ่งไปที่เรื่องการแต่งตัวของเหยื่อก่อนเสมอ

โดยประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง จนเกิดเป็นกระแสและแฮชแท็ก #donttellmehowtodress ที่เริ่มมาจากการเคลื่อนไหวของคุณ ซินดี้ บิช็อป และผู้หญิงผู้ชายอีกมากมายที่ไม่เห็นด้วยกับการผลักภาระและความผิดไปให้ผู้หญิงและการแต่งตัวของพวกเธอ เพราะไม่ว่าจะแต่งตัวแบบใด จะใส่กระโปรงหรือกางเกง ชุดสั้นหรือยาว ก็เป็นสิทธิ์ที่ถูกต้องของทุกคน และไม่มีใครมีสิทธิ์กดขี่ข่มเหงผู้อื่นเพียงเพราะเสื้อผ้าพวกนั้น และการเคลื่อนไหวนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ผลักดันให้คนในสังคมเข้าใจและตื่นตัวกับเรื่อง Sexual Harassment กันมากขึ้น

ภาพชินตาจากสื่อต่างๆ ความเคยชินและความเข้าใจที่บิดเบี้ยว

เมื่อรายการวาไรตี้และรายการต่างๆ แข่งกันปล่อยมุกตลกร้าย เมื่อคำพูดสองแง่สองง่าม และการหยอกล้อเกี่ยวเรื่องเพศ เป็นสิ่งที่มีให้เห็นได้ทั่วไปตามสื่อทั้งในทีวีและทางออนไลน์ จนเป็นเรื่องปกติของเนื้อหารายการต่างๆ และโลกโซเชียลมีเดียในบ้านเรา การคุกคามและและการจาบจ้วงเรื่องส่วนตัวมากเกินไปซึ่งอาจทำให้ผู้ถูกกระทำรู้สึกไม่ปลอดภัยถูกนำเสนอซ้ำๆ ผ่านสื่อต่างๆ จนนำไปสู่การซึมซับ และการลอกเลียนแบบพฤติกรรมของใครหลายคนและนำมาใช้ในชีวิตประจำวันโดยที่ไม่คิดว่าเป็นเรื่องผิดอะไร ยิ่งไปกว่านั้น บางครั้งเหยื่อหรือผู้ถูกกระทำก็ไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์ปฏิเสธพฤติกรรมเหล่านี้เพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็ทำกัน

อย่างกรณีของ ลิซ่า BLACKPINK สมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังของเกาหลี ที่โพสต์ภาพตนเองนั่งบนโซฟาในคาเฟ่แห่งหนึ่งลงอินสตาแกรม และเจ้าของคาเฟ่ก็นำภาพนั้นไปโพสต์ในเฟซบุ๊คส่วนตัวว่าจะนำสิ่งของต่างๆ ที่ลิซ่าใช้มาขาย ตามมาด้วยคอมเมนต์การพูดคุย ตีราคาสิ่งของต่างๆ ที่ลิซ่าใช้ รวมถึงคำพูดที่ส่อไปทางเรื่องเพศ จนทำให้แฟนคลับของลิซ่าไม่พอใจ มองว่าเป็นการเหยียด ไม่ให้เกียรติ และดูถูกเพศตรงข้าม ซึ่งภายหลังเจ้าของคาเฟ่ก็ออกมาขอโทษผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว พร้อมบอกว่าไม่คิดว่านั่นเป็นการล่วงเกินใดๆ ต่อลิซ่า ประเด็นนี้ถูกวิพากวิจารณ์กันอย่างหนักในทวิตเตอร์ พร้อมทั้งมีกระแสเรียกร้องให้แบนคาเฟ่นั้นอีกด้วย

คำชมที่ไม่อยากได้ยิน

การผิวปากแซวหรือชื่นชมคนที่เดินผ่าน “วันนี้แต่งตัวสวยนะ” “ใส่ชุดนี้แล้วดูเซ็กซี่เลย” “กล้ามแขนแน่นจัง” “ทำไมอวบจัง” สารพัดคำวิจารณ์ คำชื่นชมที่หลายคนไม่อยากฟัง หรือเรียกอีกอย่างว่า Catcalling ที่ใครหลายคนก็ต้องเคยตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้

เพราะ Sexual Harassment ไม่ใช่เพียงแค่การแตะต้องเนื้อตัว แต่คำพูดก็คุกคามได้เช่นกัน และไม่เพียงแค่ผู้หญิงเท่านั้นที่ถูกคุกคาม แต่รวมไปถึงผู้ชายด้วย แม้ว่าบางคนพูดจะไม่ได้เจตนาหรือรู้สึกว่าคำพูดเหล่านี้ร้ายแรงอะไร แต่หากมันทำให้คนฟังรู้สึกอึดอัด ไม่พึงใจ หรือรู้สึกถูกจาบจ้วงด้วยสายตาและคำพูด ก็คงไม่ใช่เรื่องดี การวิจารณ์หรือการชื่นชมก็ควรจะมีขอบเขตและให้เกียรติผู้อื่นด้วย โดยกรณีนี้ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นในที่ทำงาน บางบริษัทก็มีนโนบายป้องกันและช่วยเหลือหากพนักงานรู้สึกว่าถูกคุกคาม Sexual Harassment ก็สามารถร้องเรียนผู้กระทำได้ แต่หลายบริษัทในไทยก็ยังไม่ได้จริงจังหรือให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากนัก บางครั้งเหยื่อก็ต้องป้องกันตัวเองไม่ว่าเป็นการหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าหรืออาจถึงขั้นลาออก เพราะสังคมไทยยังเคยชินกับพฤติกรรมเหล่านี้และมองว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆ หยอกล้อกันเล่น ขำๆ แม้ว่าเหยื่อจะไม่ขำด้วยก็ตาม

Sexual Harassment เกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ใช่แค่เพียงผู้หญิงวัยรุ่นเท่านั้น แต่เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ชาย เพศทางเลือกก็สามารถตกเป็นเหยื่อได้ เพราะความไม่รู้และความเคยชินที่หล่อหลอมความคิดคนในสังคมมาหลายรุ่น การจะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีได้คงต้องเริ่มที่ตัวเองก่อน เริ่มจากการให้เกียรติกันมากขึ้น การระมัดระวังคำพูดและการกระทำให้มากขึ้น รวมไปถึงการกล้าที่จะปฏิเสธ ปกป้องตนเอง และขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์น่าอึดอัดเหล่านี้ ถ้าสังคมเริ่มตระหนัก การคุกคามแม้เพียงเล็กน้อยก็คงจะไม่ใช่เรื่องปกติอีกต่อไป