TOP
Image Alt

thewmtd

สูตรเสน่หา เดอะ มิวสิคัล

ความรู้สึกที่สัมผัสได้ของ สูตรเสน่หา เดอะ มิวสิคัล ที่เวอร์ชั่นละครไม่มี

จำอลินและครูกุ๊กได้กันมั้ย? วันนี้พวกเขากลับมาอีกครั้งกับรูปแบบละครเวที ใน สูตรเสน่หา เดอะ มิวสิคัล 

การไปดู สูตรเสน่หา เดอะ มิวสิคัล ครั้งนี้ นับเป็นละครเวทีแบบเต็มรูปแบบ ในโรงละครใหญ่ๆ ครั้งแรกของเรา ได้นั่งใกล้เวทีมั่กๆ พอเป็นละครเวที เราได้เห็นคนจริงๆ ออกมาแอคติ้ง ร้องเล่น เต้นรำให้เราดูในระยะประชิด มันก็ตื่นเต้นดีเหมือนกันนะ! 

สูตรเสน่หา เดอะ มิวสิคัลจัดทำโดยทีม Be Musical นำแสดงโดยเก้ง – เขมวัฒน์ รับบทครูกุ๊ก พสุ และเชียร์-ทิฆัมพร รับบท อลิน สำหรับเราเชียร์แสดงออกมาได้น่ารัก แล้วก็ตลกสมบทบาทดีเกินคาด เรื่องบทร้องเพลงอาจจะทำคะแนนได้ไม่ดีเท่าไหร่แม้จะเพลงเกือบทั้งหมดของเธอจะออกแนวป็อปใสๆ แล้วก็ตาม แต่เรื่องแอคติ้งเราต้องยอมเลย น่ารักและเอาโชว์ได้อยู่หมัดเลย ส่วนครูกุ๊กของเรา เสียงดีไม่มีตก แสดงก็ดี แต่เมื่อมีฉากเข้าคู่พระนางเขากลับไม่ shine อย่างที่ควรจะเป็น 

เก้ง - เขมวัฒน์ รับบทครูกุ๊ก พสุ

อีกหนึ่งนักแสดงที่เราชอบและประทับใจมากๆ คือ แจน-วสุธิดา รับบท โสภิตา ชื่ออาจจะไม่คุ้นหูคนทั่วไป และบทไม่ได้มี air time มากนัก แต่เสียงดีมาก จริงๆ ช่วยให้การแสดงมีความเป็นมืออาชีพและหรูหราขึ้นมาเลยแหละ

แจน-วสุธิดา รับบท โสภิตา

การแสดงใช้เวลาในนานถึง 4 ชั่วโมง แต่ไม่ต้องตกใจ มีพักเบรคครึ่งเรื่อง 15 นาที เนื้อเรื่องไม่ได้มีการตีความใหม่ แต่ถ่ายทอดออกมาให้สนุกยิ่งขึ้นด้วยบทเพลง โชว์ที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็นโชว์จาก “ป้า ป้า ป้า” นักแสดงเอาอยู่ทั้งแอคติ้งและพลังเสียง 

ป้า ป้า ป้า

ส่วนผสมของความเพอร์เฟค

ละครพาเราไปสำรวจความสำคัญระหว่างความเพอร์เฟค และการยอมรับในข้อบกพร่องกันและกัน เพราะในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีใครเพอร์เฟค ทว่าขึ้นอยู่กับสายตาที่เราจะมอง และเปิดใจยอมรับคนคนหนึ่งได้มากขนาดไหน ซึ่งส่วนผสมสำคัญของสูตรนี้ ก็คือ ความรัก นั่นเอง

สิ่งที่เราชอบจากการดูละครเวที คือ ทุกอย่างมันจริงและสัมผัสได้ หมายถึงเราเห็นคนพูด หัวเราะ และร้องไห้อยู่ตรงหน้า เหมือนเราเป็นผู้สังเกตการณ์ จากที่นั่งคนดู เราสัมผัสได้ถึงอารมณ์และความรู้สึกที่เขาถ่ายทอดออกมาได้เลยล่ะ กับนักแสดงเก่งๆ อาจทำเธอน้ำตาไหลได้ด้วยเพลงบทเดียวก็ได้ 

ทำให้รู้ว่าว่างานแสดงเป็นอะไรที่ใช้พลังเยอะเหมือนกัน ทุกการเคลื่อนไหวทางสีหน้า ท่าทาง เป็นภาษากายที่สื่อสารกับคนดูได้หมด หมายความว่านักแสดงต้องไม่หลุดเลย และเราเห็นภาพรวมทั้งหมด นักแสดงทุกคนเมื่ออยู่บนเวที ต้องสวมคาแรคเตอร์นั้นไว้ตลอดเวลา แม้ว่าจะไม่ใช่ซีนของตัวเองก็ตาม 

ที่ชอบที่สุดคือ เพลงประกอบการแสดง ก็บรรเลงสดนะ! เราแอบเห็นจากจอข้างเวที เพื่อเอาไว้ให้นักแสดงและนักดนตรีเล่นซิงค์กัน จังหวะชุลมุนตื่นเต้น พี่นักดนตรีก็โซโล่อย่างเมามันเหมือนกัน 

จริงๆ แล้วการดูละครเวที ก็นับเป็นประสบการณ์ออกไปพบเจอผู้คนที่ดีอย่างหนึ่งเลยนะ ได้ไปรับเอเนอจี้จากเหล่านักแสดง ได้อินไปกับเรื่องราวที่เห็นตรงหน้า และไปมีตอบโต้ความรู้สึกที่นักแสดงส่งมาถึงเรา

ถ้าการดูละครเวที ไม่ใหม่แล้วสำหรับเธอ ลองไป ปิดตาดูละครเวทีดูมั้ย ตามไปอ่านเรื่องราวที่น่าสนใจนี้กันได้เลย

สาวช่างฝันในวัยทเว็นตี้ซัมติง เรียนด้านเขียนอ่าน บันทึกเรื่องราวด้วยการสังเกตและบทสนทนา ชอบงานคราฟท์ ปักผ้าได้ พยายามหัดถักนิ้ตติ้งแล้วแต่ไม่สำเร็จ